"กมธ.ยกร่างฯ" ถกสรรหาสว.-เอกสิทธิ์คุ้มครองสส. ด้าน “กอบศักดิ์” บรรยายสรุปปัญหากรีซ เตือนไทยอย่าใช้จ่ายเงินเกินตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่วันที่ 5 ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกมธ.ยกร่างฯเป็นประธาน ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.30 น. ทั้งนี้ก่อนเริ่มประชุมนายบวรศักดิ์ ได้มอบหมายให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กมธ.ยกร่างฯ ทำการบรรยายสรุปเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกรีซ ให้คณะกมธ.ยกร่างฯรับฟัง
นายกอบศักดิ์ กล่าวสรุปสถานการณ์พอสังเขปว่า ปัญหาของกรีซจะเป็นบทเรียนให้กับประเทศไทยในอนาคต เพื่อไม่ให้ไทยเกิดปัญหาแบบกรีซ สำหรับปัญหาของกรีซเริ่มตั้งแต่กรีซเข้าสู่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (ยูโร) ก่อนกรีซเข้ายูโรก็มีหลายประเทศกังวลใจ และมีปัญหาในการกู้ยืมในตลาดการเงิน เพราะมีหลายประเทศยังไม่ค่อยให้ความมั่นใจมากนัก แต่พอมีเงินสกุลยูโรในปีค.ศ. 2000 ตอนนั้นกรีซก็เหมือนกับเข้าสังคมใหม่ และเป็นสังคมที่ได้ออร่าของประเทศเยอรมันเข้ามาด้วย ทำให้กรีซจากที่เคยเป็นลูกหนี้คนเดิมกลับมีสง่าราศีขึ้นมา และทำให้สามารถกู้ยืมเงินได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการจ่าย ซึ่งกู้เงินได้ไม่จำกัด เพราะมีกลุ่มยูโรหนุนหลัง
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในจุดนี้ตัวกรีซได้เงินหลั่งไหลเข้ามาเต็มที่ตั้งแต่ปีค.ศ.2000-2008 ทำให้กรีซมีเศรษฐกิจที่คึกคัก ต้นทุนของประเทศก็เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อสูงกว่าประเทศอื่นๆ และก็มีหนี้สินจำนวนมาก นี่คือจุดเริ่มต้นของทั้งหมด เพราะถ้าไปเทียบกับเยอรมันในช่วงดังกล่าวจะพบกรีซมีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นกว่าเยอรมัน 30% ตัวเลข 30%นี้ หมายความว่ากรีซไม่สามารถแข่งกับเยอรมันได้ แต่ที่กรีซยังอยู่ได้เพราะเงินยังไหลเข้ามาอยู่ภายใต้ความเชื่อมั่นในยูโร และทำให้กรีซมีความสุขในการใช้จ่าย
นอกจากนี้ กรีซยังมีปัญหาในเรื่องการของใช้จ่ายเงินผ่านระบบสวัสดิการ กรีซมีรายจ่ายในรัฐสวัสดิการพอสมควรให้กับประชาชน จนกระทั่งเงินงบประมาณของแต่ละปีไปอยู่กับค่าใช้จ่ายรวมถึงสวัสดิการต่างๆถึง 90% ข้าราชการกรีซสามารถทำงาน 35 ปีก็สามารถเกษียณได้เลย หมายความว่าถ้าเริ่มทำงานตอนอายุ23ปี จะเกษียณได้ตอนอายุ 58 ปี โดยได้เงินเกษียณในอัตรา 80%ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ก็เป็นสิ่งที่ทำให้กรีซมีต้นทุนพอสมควร
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปีค.ศ.2008 พอเกิดปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ความเชื่อมั่นก็หมดไป เงินที่เคยไหลเข้ากรีซก็หยุด จากนั้นนำมาสู่ปัญหาต่างๆมากมาย จนมาถึงปีค.ศ.2010 ก็เกิดวิกฤตหนี้กรีซครั้งที่1 ตรงจุดนั้นคนกรีซตกงานในอัตรา 28%ของตลาดแรงงาน จากปกติในยุโรปจะตกงานประมาณ11% รัฐบาลกรีซอยู่ได้ลำบาก ในปัจจุบันกรีซอยู่ในฐานะลำบาก เพราะมีหนี้สินจำนวนมาก หนี้ที่กู้มาตั้งแต่ปีค.ศ.2008 ก็ท่วมตัว
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ทางออกของปัญหากรีซมีอยู่ 2 ทาง คือ 1.ออกจากยูโรโซน 2.ทนอยู่ต่อไป โดยการออกจากยูโรไม่สามารถทำได้ง่ายๆ มีหลายคนบอกออกแล้วจะดีขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเงินเฟ้อ 30% จะได้รับการแก้ไขปัญหาทันที แต่ก็ยังไม่กล้าทำ เพราะกลัวว่าถ้าออกแล้วธนาคารจะเจ๊ง ค่าเงินกรีซจะตกลงประมาณ 50% ทำให้ต้องกัดฟันอยู่กันต่อไป เวลานี้เหมือนกับข้างหนึ่งก็กระโดดลงเหว อีกข้างหนึ่งก็เดินลุยไฟ
อย่างไรก็ตามคิดว่า ณ ขณะนี้ เป็นบทเรียนของทุกคนว่าไม่ควรจะมีสวัสดิการมากเกินไป วินัยการเงินการคลังก็เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนจุดจบของปัญหานี้แน่นอนว่าประเทศยุโรปจะไม่มีทางให้กรีซออกไป ซึ่งต้องเดินลุยไฟอย่างนี้ต่อไปอีกหลายปี ดังนั้น ประเทศไทยต้องพยายามคิดให้ดีๆว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดวินัยการเงินการคลัง ทำอย่างไรไม่ให้รัฐบาลใช้จ่ายเพื่อประชาชนจนเกินตัว ทำอย่างไรไม่ให้มีรัฐสวัสดิการที่ใหญ่จนเกินไป และทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ขณะเดียวกันทำอย่างไรให้มีงบประมาณสำหรับการลงทุนที่พอเพียง
จากนั้นคณะกมธ.ยกร่างฯได้เริ่มเข้าสู่การประชุมเป็นรายมาตรา โดยจะเป็นการพิจารณาในบทบัญญัติที่คณะกมธ.ยกร่างฯได้ชะลอการพิจารณาเอาไว้ก่อนหน้านี้ เช่น คณะกรรมการสรรหาสว. และ เอกสิทธิ์คุ้มครองของสมาชิกรัฐสภา เป็นต้น




