"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ หนุนลงทุนพื้นที่4 จังหวัดชายแดนใต้ ผุดไอเดียหาที่ตั้งโรงงานใกล้ค่ายทหาร
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่3จังหวัดภาคใต้ และ4อำเภอในจังหวัดสงขลา ว่า นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อจูงใจผู้ประกอบการแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ยังได้มอบหมายนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดหาพื้นที่เพื่อการจัดตั้งโรงงานหรือการประกอบกิจการที่เหมาะสมให้กับนักลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยในการประกอบการ จูงใจให้เกิดการลงทุนในพื้นที่มากขึ้น
“นายกฯ มองว่า นอกจากการมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ให้สิทธิประโยชน์มากเป็นพิเศษแล้ว ยังมีปัจจัยด้านมั่นคงที่ผู้ประกอบการจะคำนึงร่วมด้วย จึงสั่งการให้หน่วยในพื้นที่พิจารณาจัดหา พื้นที่ราชพัสดุ หรือพื้นที่ใกล้เขตหรือหน่วยทหาร เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ประกอบการอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือจากการวางกำลังรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยท่านนายกคาดหวังว่า การขยายการลงทุนในพื้นที่จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น และเพิ่มขนาดเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ ซึ่งประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกอยู่แก่ท้องถิ่นโดยมีรัฐคอยสนับสนุน" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่10กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดBOI)ที่นายกฯ เป็นประธานได้มีมติเห็นชอบให้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME)ที่เข้าไปลงทุนพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และ4อำเภอในจังหวัดสงขลา (อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย) จากเดิมกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า1ล้านบาท ให้เปลี่ยนเป็นมีเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า500,000บาท และอนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วมูลค่าไม่เกิน10ล้านบาท มาใช้ในโครงการได้ รวมถึงอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในทุกพื้นที่ และได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด คือ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด8ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้50%เพิ่มเติมอีก5ปี




