วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฯสั่งเพิกถอนใบอนุญาต'พีซทีวี'ออกอากาศชั่วคราว

ศาลปกครองสั่งทุเลาคำสั่งกสทช.เพิกถอนใบอนุญาต"พีซทีวี" ให้สิทธิออกอากาศได้ป็นการชั่วคราว แต่มีเงื่อนไขให้ ปฏิบัติตามประกาศ คสช.

ศาลปกครองกลาง โดยนายสุชาติ ศรีวรกร ตุลาการเจ้าของสำนวนและองค์คณะ มีคำสั่งคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พีซทีวี (PEACE TV) ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ บ.พีซ เทเลวิชั่น จก. ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 และปฏิบัติตามขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาตตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ข้อ 14 โดยเคร่งครัด ภายใต้การควบคุมดูแลของ กสทช. และให้ กสทช. มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลไปยังบ. วีซายน์ เทเลคอม จก. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์แก่ บ. พีซ เทเลวิชั่น จก.

ทั้งนี้ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ สนง.กสทช.จะได้รับร้องเรียนจากคณะทำงานติดตามสื่อ กรมทหารสื่อสาร แจ้งว่า รายการมองไกลของ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวี มีเนื้อหาขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 เและ ฉบับที่ 103/2557 ประกอบกับ บ. พีซ เทเลวิชั่น เคยถูกลงโทษตักเตือนและพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการมาแล้ว 7วัน ระหว่่างวันที่ 11-17 เม.ย.2558 รวมทั้งมีการออกอากาศเนื้อหารายการในลักษณ์เช่นเดิมอีก แต่ การที่ กสทช.ดำเนินการโดยเร่งรัด มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต บ.พีซ เทเลวิชั่น จก. และแจ้งให้ บ. วีซายน์ เทเลคอม จก.ระงับการให้บริการโครงข่ายแก่ บ.พีซ เทเลวิชั่น จก. โดยไม่เปิดโอกาสให้ บ.พีซ เทเลวิชั่น จก.ได้มีสิทธิโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน ตามประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง พ.ศ.2556 และ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติทางการปกครอง พ.ศ.2539 จึงถือเป็นคำสั่งที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวยังคงมีผลบังคับต่อไปย่อมมีผลกระทบต่อรายได้ที่จะได้รับจากผู้สนับสนุนและมีผลกระทบต่อพนักงานของ บ.พีซ เทเลวิชั่น จก. ที่จะต้องถูกเลิกจ้างทำให้ได้รับความเดือดร้อนที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และการในการทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวก็ไม่ปรากฎว่าจะเป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่สาธารณะแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอ่านคำสั่งในวันนี้ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้บริหารพีซทีวี ในฐานะผู้ฟ้องคดี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรรัตน์ นายสมหมาย อัสราษี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก เดินทางมารับฟังคำสั่งกันอย่างพร้อมเพรียงและแสดงความดีใจเมื่อศาลมีคำสั่งดังกล่าว ซึ่งนายจตุพร กล่าวว่า คาดว่าทางสถานีจะมีความพร้อมในการกลับมาออกอากาศอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ค.นี้ โดยตนได้แจ้งต่อศาลเพื่อแสดงเจตนาไม่ให้ทั้งฝ่ายพีซทีวี หรือกสทช. รู้สึกว่าใครเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะ รายการ มองไกล ที่ตนเป็นผู้ดำเนินรายการและทำให้พีซทีวีถูกเพิกถอนใบอนุญาต ก็จะไม่มีการกลับมาออกอากาศทางสถานีพีซทีวีอีก จนกว่าบ้านเมืองจะเข้าสู่บรรยากาศที่สามารถกลับมาพูดคุยกันได้ แต่จะยังคงออกอากาศทางอินเตอร์เนตต่อไป และคิดว่าเมื่อตนได้แสดงเจตนาเช่นนี้แล้วทางกสทช.ก็น่าจะพิจารณาในเรื่องการไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว