โมเดล ‘น้ำ’ 3 ยุค : รัฐบาล"อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์-พล.อ.ประยุทธ์"
มีโอกาสเดินเข้าไปสำรวจภายในตึกแดง1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในช่วงหนึ่งของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ในขณะนั้น ที่ใช้อาคารความสูง 2 ชั้นแห่งนี้เป็นออฟฟิศใหญ่ของ “สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการและอุทกภัยแห่งชาติ(สบอช.)” หรือ “ตึกน้ำ” ที่สื่อมวลชนเรียกติดปาก สภาพวันนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิม
ตึกน้ำขณะนั้นมีภารกิจยิ่งใหญ่ในการ “บูรณาการ” หน่วยงานมานั่งทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งและสารพัดภัยพิบัติ ภายในอาคารบริเวณชั้นล่างมีตกแต่งและติดตั้งระบบ “ซิงเกิลคอมมานด์” (Single Command) แสนจะทันสมัยไว้เสร็จสรรพ ที่มีความสามารถในการติดตามระดับน้ำ ประตูระบายน้ำได้ทั่วประเทศ และใช้เป็นศูนย์กลางในการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังหน่วยงานและทุกจังหวัด ขณะที่ชั้น 2 มีรองนายกฯชื่อ “ปลอดประสพ สุรัสวดี” นั่งบัญชาการในภาพรวม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) และมี “สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” ทำหน้าที่เป็นรักษาการเลขาธิการ สบอช.
แต่ภายหลังการยึดอำนาจของ คสช. ตึกแดงแห่งนี้ประหนึ่งถูกปฏิวัติ สบอช.ย้ายไปทำงานที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ มีหน้าที่อัพเดทสถานการณ์น้ำ ภัยพิบัติ ส่วนตัวตึกแดงแปรเปลี่ยนจากตึกน้ำกลับไปเป็นออฟฟิศชั่วคราวที่ข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีใช้ทำงานไปก่อนระหว่างรอการปรับปรุงอาคารหลัก รวมทั้งไม่ได้มีภารกิจอันใดเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมน้ำแล้งหรือภัยพิบัติใดๆ
“ห้องซิงเกิลคอมมานด์” ที่เคยใช้งานนั้นคงอยู่ ตอนนี้กลายเป็นห้องทำงานของศูนย์เทคโนโลยีฯที่มีคอมพิวเตอร์และเครื่องไม้เครื่องมือไอทีวางระเกะระกะเต็มห้อง อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปที่ผนังด้านหลังห้องยังคงมีป้ายแผนผังแก้ปัญหาน้ำท่วมและรูปอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์แปะอยู่ที่เดิม
นอกจากตัวตึกจะถูกปฏิวัติแล้ว ตัวขององค์กรเกือบทั้งหมดถูกรื้อใหม่ โดย “คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 85/2557” ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทั้ง 3 ฉบับ เป็นอันยุติบทบาทคณะกรรมการด้านน้ำทุกชุด และโครงการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านทั้ง 9 โมดูล ที่ประมูลเสร็จแล้วก็อวสานไปพร้อมกัน ซึ่งคำสั่งคสช.ฉบับนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการน้ำ ที่มี “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ซึ่งปัจจุบันเป็น รมว.พาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการด้านบริหารจัดการน้ำชุดแรกของรัฐบาลคสช. ที่ทำงานร่วมกับ 23 หน่วยงานในการจัดทำ “ยุทธศาสตร์น้ำ” ที่ผ่านความเห็นชอบของครม.ไปแล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าภารกิจของพลเอกฉัตรชัยในส่วนนี้ “จบแล้ว”
จนสังคมถามว่าแล้ว “รัฐบาลลุงตู่” จะมีคณะกรรมการชุดไหนมากำกับดูแลการบริหารจัดการน้ำต่อไป?
รองโฆษกรัฐบาล “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด” ยืนยันว่าภารกิจคณะกรรมการฯของ “พล.อ.ฉัตรชัย” จบภารกิจแล้ว และจากนี้จะมีเพียง “คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช.” ที่ “บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะเองโดยตำแหน่งทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ ที่มอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย โดย “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ของ “ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” ในการแก้ปัญหาภัยแล้งในตอนนี้
ทั้งนี้หากย้อนไปใน 3 รัฐบาล ที่ประสบ“ วิกฤติน้ำ” ทั้งยุคของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ยิ่งลักษณ์” มาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันมี “โมเดล” หรือรูปแบบในการแก้ปัญหาจัดการน้ำที่ต่างกัน
ช่วงปลายปี 2553 รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด และมีการตั้งศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย(ศชอ.) ขึ้นมา 1 ชุด โดยมี “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการศูนย์
ส่วนรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ประสบกับมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ที่น้ำไหลทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่รวมทั้งกทม.อย่างรวดเร็ว มีการตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.” ที่มีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในขณะนั้นเป็นหัวหน้าศูนย์ฯ ในการประสานให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น จากนั้นเมื่อน้ำลดสถานการณ์คลี่คลาย ศปภ.ก็ยุบตัวลง แต่ก็มีการตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการกนอช. ที่มีกรรมการ 52 คน ร่วมทำงานวางนโยบายโดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นประธาน ภายใต้บางระกำโมเดล โดยมี สบอช. เป็นสำนักงานที่ตั้งขึ้นใหม่มารองรับภารกิจ และอีกชุดคือตั้ง คณะกรรมการกบอ. ที่นายปลอดประสพ เป็นประธานฯ ในการจัดทำแผนฯและแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยบัติเพื่อเสนอกนอช.พิจารณาก่อนเสนอให้ครม.
"รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการหลายชุดเหมือนในอดีต เพราะมีคณะกรรมการเยอะมากก็เท่านั้น สู้มีคณะกรรมการชุดเดียว แต่มีนโยบายชัดเจนดีกว่า"พล.ต.สรรเสริญ ย้ำถึงแนวทางการของรัฐบาล คสช.





