วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบช.ภ.1 ตั้งทีมสอบสวน'คำรณวิทย์'กระทำผิด

ผบช.ภ.1 ตั้งทีมสอบสวน"พล.ต.ท.คำรณวิทย์"กระทำผิดในไทยหรือไม่ จ่อเรียกสอบ ประสานขอคำให้การจากญี่ปุ่นประกอบ

สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-วานนี้(14 ก.ค.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รองผบก.จว.สมุทรปราการ ร่วมประชุมกับ คณะพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมข้อมูล ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนที่อัยการจะสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม

วันเดียวกัน พล.ต.ท.อำนวย เปิดเผยผลการประชุมการเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ว่า ได้สั่งการให้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนว่ากรณีดังกล่าวนั้นถือเป็นความผิดภายในประเทศไทยหรือไม่ โดยแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รองผบก.จว.สมุทรปราการ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งจะต้องทำเรื่องขอข้อมูลการให้ปากคำของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ให้ไว้กับอัยการประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งอาวุธปืนที่ถูกตรวจยึด โดยจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน

ด้วยการทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะส่งต่อไปยังอัยการฝ่ายต่างประเทศของประเทศไทย จากนั้นส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และนำส่งต่อยังสถานฑูตไทยในประเทศญี่ปุ่น และทำเรื่องส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เพื่อส่งไปยังสำนักอัยการประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับสุดท้าย ทั้งนี้ในส่วนของอาวุธปืน ทางประเทศญี่ปุ่นจะให้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของญี่ปุ่น เนื่องจากถือเป็นของกลางทางคดี โดยคาดว่าขั้นตอนต่างๆจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวอีกว่า ระหว่างรอการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวนั้น ทางพนักงานสอบสวนจะเชิญ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เข้าให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะนำปากคำดังกล่าวไปเทียบเคียงกับข้อมูลปากคำที่ให้ไว้กับอัยการที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่ได้นัดเวลาที่แน่นอน เนื่องจากต้องการให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้พักผ่อนและเตรียมข้อมูลก่อน ขณะเดียวกันจะต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน เพื่อตรวจสอบที่มาของปืนกระบอกดังกล่าวด้วย แต่เบื้องต้นตนทราบจากข่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ได้มีเจตนาจะพกปืนไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไปได้ว่าปืนกระบอกดังกล่าวอาจติดไปกับกระเป๋าที่ถูกโหลดเข้าใต้ท้องเครื่อง จึงไม่ถูกตรวจพบ

“ตามปกติเจ้าหน้าที่จะตรวจในเรื่องของสารที่สามารถก่อให้เกิดระเบิดหรืออันตรายบนเครื่องบินได้ แต่การโหลดใต้ท้องเครื่องนั้น บุคคลนั้นๆจะไม่สามารถหยิบฉวยสิ่งของใต้เครื่องได้ ทำให้ความเคร่งในการตรวจสอบน้อยลง แต่ขากลับพล.ต.ท.คำรณวิทย์กลับสะพายขึ้นเครื่องจึงถูกจับกุม อย่างไรก็ตามตนมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานประเทศไทยว่าได้มาตรฐานอันดับต้นๆของโลก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์แต่อย่างใด และพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้แจ้งดำเนินคดีใดๆเช่นกัน แต่หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริงพนักงานสอบสวนมีอำนาจในการเป็นผู้ร้องให้ดำเนินคดีได้ทันที เนื่องจากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน อย่างไรก็ดีต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัดเสียก่อน” ผบช.ภ.1 กล่าว