“หมอชูชัย” เผยเตรียมเพิ่มบัญญัติให้มีศาลคดีทุจริต กำจัดคอรัปชั่น-ปกป้องเงินแผ่นดิน เปิดช่องปชช.ยื่น คตง.และปปช.ตรวจสอบได้โดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 ได้เพิ่มบทบัญญัติการลงโทษแก่เจ้าหน้าที่รัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบให้มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตนั้น. ล่าสุดนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ และประธานอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าและแนวทางในการปฏิรูปและขจัดปัญหาคอรัปชั่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยเช่นกันว่า ที่ผ่านมามีกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างร้ายแรง แต่ไม่มีกลไกใดที่สามารถยับยั้งหรือป้องกันการกระทำดังกล่าวอย่างทันกาล ด้วยเหตุดังกล่าว คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงได้ร่วมกันบัญญัติแนวทางในการป้องกันปัญหาการทุจริตและคอรัปชั่นไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปว่า
“ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการดังกล่าว วิญญูชนหรือผู้รู้ผิดรู้ชอบเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง สามารถยื่นเรื่องต่อคณะตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินโดยความเห็นชอบของคตง.หรือปปช. อาจไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ และให้ศาลวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถหยุดยั้งความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรงได้”
“นอกเหนือจากการจัดตั้งให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณเพื่อปกป้องเงินของแผ่นดินแล้ว คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังเห็นชอบในหลักการ ว่า แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐในศาลอาญาที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นโดยประกาศคณะกรรมการบริหารยุติธรรมเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ต่อไปในอนาคต เมื่อมีคดีทุจริตในปริมาณที่มากพอ สามารถยกระดับเป็นศาลคดีทุจริตฯต่อไป ซึ่งกลไกใหม่ดังกล่าวข้างต้น เป็นการปฏิรูปโครงสร้างระบบขจัดคอรัปชั่น ที่สำคัญ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาการคอรัปชั่นในสังคมไทยได้ดีทีเดียว" รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าว




