วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศธ.ยันไม่ปรับลดกลุ่มการเรียนรู้

ศธ.ยันไม่ปรับลดกลุ่มการเรียนรู้ ชี้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้มีความสำคัญ เล็งหารือสพฐ.ปรับปรุงหลักสูตร

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาปรับหลักสูตรการเรียนการสอนลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้จาก8กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ5กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กได้เรียนน้อยลง โดยขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี2558ว่า ขณะนี้การจัดการเรียนการสอนมีทั้งหมด8กลุ่มสาระฯ แบ่งเป็น5กลุ่มสาระฯ ที่ใช้ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต คือ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา จะมีความสำคัญส่วน3กลุ่มสาระฯ ที่เหลือ คือ ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และสุขศึกษาและพลศึกษา ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน 

“ดังนั้น แนวทางดำเนินการคงไม่ใช่การปรับลดกลุ่มสาระการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ คงต้องหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหารองค์กรหลัก โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรอยู่ตลอด แต่กระบวนการต่าง ๆ ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีการทดลองนำร่องเพื่อดูผลการดำเนินงานว่า ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กมากน้อยแค่ไหน โดยเท่าที่เคยสอบถามทางสพฐ.พบว่า กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ2ปี จึงจะเห็นผล”พล.ร.อ.ณรงค์กล่าว

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การประชุมผู้บริหารองค์กรหลักครั้งต่อไป คงต้องมีการหารือเรื่องดังกล่าว และที่ผ่านมาศธ.มีคณะกรรมการหลักสูตรซึ่งมีพล.อ.สุรเชษฐ์ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นผู้ดูแล และมีการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรมาโดยตลอด แต่ไม่ใช่การปรับทุกวิชา ทุกกลุ่มสาระในเวลาเดียวกัน เป็นการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผลและที่สำคัญ การปรับหลักสูตรแต่ละครั้ง สิ่งที่ต้องปรับตามไปด้วยคือคุณภาพครู ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าที่ดูหลักสูตรที่เรียนในปัจจุบันไม่ได้มากหรือยัดเยียดให้เด็กเรียนจนเกินไป เพราะศธ.ได้ให้นโยบายไปแล้วว่าการเรียนการสอนต้องสอดคล้องกีบการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีด้วย ไม่ใช่นำความรู้ไปยัดเยียดให้เด็กมากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทางสพฐ.ทราบดี