"นิพิฏฐ์" รองหน.ปชป. ติงรัฐบาลแห่งชาติ หวังโยง "นายกฯ" คนนอก เหน็บ สปช. เสพติดอำนาจ
นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางกลุ่มสนับสนุนให้มีรัฐบาลแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ว่า ตนเคยพูดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติมาตั้งแต่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พยายามเขียนเปิดช่องให้มีนายกฯที่มาจากคนนอกโดยใช้เสียงพิเศษ 2 ใน 3 ของสภาฯ ที่ระบุเช่นนี้เพื่อเปิดทางไปสู่รัฐบาลแห่งชาตินั่นเอง แม้สังคมคัดค้านหนัก แต่แนวคิดนี้ยังคงอยู่ ไม่มีการจัดออกหรือแก้ไข เพราะเขาเชื่อว่าหากนำทุกพรรคการเมืองเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติจะสามารถขจัดความขัดแย้งลงไปได้ โดยไม่ดูบริบท แนวคิด อุดมการณ์การเมืองของแต่ละพรรค ถามว่าหากเป็นจริงใครได้ประโยชน์
“ผมคิดว่า ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติทางการเมืองดีกว่าการจับพรรคการเมืองมาคลุมถุงชน หากเป็นอดีตคงสามารถทำได้ง่าย แต่ในภาวะการณ์ปัจจุบันเชื่อว่าทำได้ยากเพราะแต่ละพรรคมีอุดมการณ์และแนวคิดต่างกัน การปล่อยข่าวหรือจุดพลุเรื่องรัฐบาลแห่งชาติในช่วงเวลานี้ คงไม่ใช่ทางออก” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเป็นการปล่อยข่าวของ สปช. บางสาย ที่คาดหวังให้มีการนิรโทษกรรมทางการเมืองโดยเซ็ทซีโร่กันใหม่หรือไม่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่มองว่า จะเป็นประโยชน์กับคนแดนไกล แต่ที่แน่ๆเป็นประโยชน์กับคนแดนใกล้มากกว่าคือ สปช.บางกลุ่ม บางขั้ว ที่จะหมดวาระแต่ยังเสพติดอำนาจก็พยายามตั้งกลุ่มต่างๆขึ้น เพื่อแสดงให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า เขายังสามารถที่จะชี้นำความคิดทางสังคมผ่านสื่อได้ เพื่อจะได้ไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญต่อเช่น ส.ว. หรือในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากเป็นรัฐบาลแห่งชาติจริงอาจจะได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี
ในส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีการเปลี่ยนตัวให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผบ.ทบ.ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นั้น ตนเห็นว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึกในเวลานี้อีกทั้งการยอมรับ บุคลิกและบารมียังห่างกันมาก แต่หากหลังการเลือกตั้งแล้ว และรัฐธรรมนูญยังระบุเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ เมื่อถึงเวลานั้นใครที่สามารถรวบรวมเสียงส.ส.ในมือได้2ใน3ของสภาฯต่างหาก จะเป็นตัวชี้วัดว่าใครจะเป็นนายกฯ





