กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงกรณีเหตุระเบิดเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก,ปาดังเบซาร์ สงขลา และ ธารโต ยะลา เกี่ยวพันกับช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ( กอ.รมน.) เปิดเผยว่า จากเหตุคนร้ายได้ก่อความรุนแรงด้วยระเบิดและวางเพลิง ในเขตพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก จ. นราธิวาส ,พื้นที่ ต. ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และพื้นที่ อ.ธารโต จ.
ยะลา เมื่อ 10 - 11 ก.ค. รวม 8 จุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 11 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ดังนี้.
19.00 น. วันที่ 10 ก.ค. เกิดเหตุในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 6 จุด ประกอบด้วยการใช้ประทัดยักษ์ขว้างใส่ร้านครัวเจนนี่ และร้านพัฒน์เนื้อกระทะ ถนนลูกเสือนุสรณ์ 5 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเกิดระเบิดหน้าโรงแรมท๊อปเอเชีย ตรงข้ามร้านบุษบาคาราโอเกะ ซอยประชาวิวัฒน์ 2 เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย
เวลา 01.00 น. วันที่ 11 ก.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 จุด บริเวณร้านสมชายอะไหล่ยนต์ ถนนประชาวิวัฒน์ ร้านไทยอุปกรณ์ก่อสร้างถนนประชาวิวัฒน์ ซอย 1 และร้านแสงเจริญค้าส่ง ถนนหลังตลาดเก็นติ้ง ภายในเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
21.00 น. วันที่ 10 ก.ค. เกิดเหตุในพื้นที่ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา 1 จุด ด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถจักรยานยนต์ จอดบริเวณหน้าร้านคาราโอเกะครกทอง ในเขตเทศบาลปาดังเบซาร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
07.00 น. วันที่ 11 ก.ค. เกิดเหตุในพื้นที่ต.แม่หวาด อ.ธารโต 1 จุด ด้วยการวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย 8 ต้น และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่
จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจดังนี้
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รับทราบเหตุการณ์ในขั้นต้นแล้ว ได้แสดงความเสียใจและห่วงใยต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพร้อมกับได้กำชับให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งคลี่คลายสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติด้วยความระมัดระวังตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจกับเจ้าของกิจการและสถานบันเทิงทุกชนิด ซึ่งเป็นเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงให้เพิ่มความระมัดระวังโดยให้มีระบบรักษาความปลอดภัยภายในร้านและช่วยกันสังเกตสิ่งผิดปกติ รวมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ โดยใช้กำลังทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบศาสนกิจของประชาชน รวมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนต่อไป
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความพยายามของผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรงตามความเชื่อที่ถูกบิดเบือนว่าจะได้ผลบุญเป็นทวีคูณ ซึ่งขัดกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลามและความต้องการของ ประชาชนที่ต้องการให้เป็นเดือนแห่งสันติสุข ปราศจากความรุนแรง
ทั้งนี้ผู้นำศาสนา 8 องค์กรในพื้นที่ได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอให้ชาวมุสลิมประกอบศาสนกิจในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนอย่างเคร่งครัด ทั้่งขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าวอย่างกว้างขวาง เพราะถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ซึ่งนอกจากได้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายในชีวิติและทรัพย์สินแล้วยังเป็นการทำลายบรรยากาศการประกอบศาสนกิจในเดือนอันศักดิ์สิทธิ์





