"ประยุทธ์"เรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประมงร่วมมือแก้ไขปัญหาประมง เผยสั่งหน่วยงานที่ดูแลเร่งช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในราย“คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงการแก้ไขปัญหาการทำประมง ว่า ปัญหาประมงของประเทศเรานั้น อาจจะถูกมองข้ามมานับ 10 ปี เรามีกฎหมาย แต่ก็ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลหลายประการแล้วก็ความไม่ทันสมัยของกฎหมายด้วย แล้วก็ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการทำประมง ระหว่างประเทศแล้วก็ความเจริญทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ก็ทำให้เกิดปัญหาแรงงาน สิทธิมนุษยชน ปัญหาการเสื่อมสภาพของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลตามมา ถ้าหากว่าเราไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว ทะเลไทยก็จะไม่มีสัตว์ทะเลเหลือให้จับอีกต่อไป รวมความถึงถูกคว่ำบาตรสินค้าทางด้านประมง ก็จะเกิดผลต่อธุรกิจเอกชน และผู้ประกอบการจำนวนมาก ทุกคนต้องร่วมมือกัน ปัจจุบันนั้นมูลค่าส่งออกสินค้าประมงและธุรกิจต่อเนื่อง มีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประมงของประเทศ ที่เป็นแหล่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
ในการดำเนินการดังกล่าวนั้นตนทราบดีย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย ตลอดจนถึงชาวประมงพื้นบ้าน อย่างไรก็ตามรับทราบปัญหาแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการดูแล เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถปรับตัวและผ่านช่วงนี้ไปได้ โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน และชาวประมงที่ถูกกฎหมาย มาตรการใดที่ไม่ขัดกับ IUU Fishing แล้วก็เป็นเรื่องภายในของประเทศ ซึ่งไม่มีผลเสียต่อการทำลายทรัพยากร ผมก็ได้สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยปฏิบัตินั้นได้ไปร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ก็ได้แก่ ศปมผ. แล้วก็กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับไปปรับแก้เพื่อให้ผู้ประกอบการดังกล่าวและชาวประมงมีเวลาปรับตัว แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียผลของ IUU ด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า หากเราแก้ปัญหาได้สำเร็จนั้นสัตว์น้ำในทะเลไทยก็เพิ่มขึ้น ผมได้รับรายงานว่าประมงพื้นบ้านวันนี้ได้มีการจับปลามากขึ้น ตามลำดับ แสดงว่าการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องทำให้สัตว์น้ำเล็กๆ น้อยๆ นึ่ได้หายไปจากท้องทะเลไทยเป็นจำนวนมาก ก็โตไม่ทันนั่นแหละ แล้วก็ประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นประมงท้องถิ่นนะครับ ไม่มีรายได้หรือได้น้อยมาก เพราะว่า ปลาถูกจับไปโดยอวนที่ผิดกฎหมายนะ เป็นจำนวนมากนะครับ วันนี้ชาวประมงพื้นบ้านก็มีความสุขขึ้นนะครับ ก็มีรายได้ หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็ไม่ได้ไปปิดกั้นอะไรท่านอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าท่านกรุณาไปทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย เราก็ไม่ได้มุ่งหวังที่จะทำลายอาชีพของท่านเลย ผมเห็นมาฟัง มาพูดในโทรทัศน์บ้างอะไรบ้าง สื่อก็ต้องช่วยผม ถ้าท่านขยายความไม่เข้าใจไปเรื่อยๆ มันก็จะทำให้โอกาสในการที่จะปลดใบเหลืองของ IUU นั้นมีน้อยลงนะครับ การที่เราสามารถดำเนินการได้ในวันนี้ แล้วก็เห็นชาวประมงเริ่มยิ้มแย้มแจ่มใสได้ก็จากการที่เราชะลอ หรือผ่อนผันในบางเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะครับ เพื่อให้ประกอบการได้ แล้วเรือที่ถูกกฎหมายก็มีมากขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนเครื่องมือบ้าง ติดอุปกรณ์ต่างๆ บ้างตามกฎหมายทุกประการ มีบัตร มีการตรวจสอบย้อนหลังได้ อะไรเหล่านี้
“ ต้องขอบคุณนะครับทุกคนเลย ทุกชาวประมงที่ร่วมมือ ที่ยังไม่ร่วมมือก็ขอความร่วมมืออีกด้วยนะ ก็ขอให้ทุกกลุ่ม ทั้งในส่วนของเรือประมงน่านน เรือประมงพาณิชย์ หรือประมงพื้นบ้านที่ไม่เคยมาจดทะเบียน ก็มาทยอยจดทะเบียนได้ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เรามีศูนย์จดทะเบียนกลางน้ำอีก นะ ลอยลำจดให้ก็มี บางคนก็อ้างว่าไม่มีเวลา ผมก็ให้ทหารเรือนี่เอาเรือไปจอดลอย รับจดทะเบียนอีกต่างหาก ก็ทำได้เท่านี้ ไปตามทำให้ทุกลำไม่ได้ ท่านก็ต้องปรับเวลาของท่านมาให้เจอซิ ไม่งั้นมันก็เป็นอยู่แบบนี้ เรืองอาชญาบัตรการทำประมง ก็ออกได้มากขึ้น ถ้าท่านเปลี่ยนเครื่องมือให้ถูกต้องซะ ติดเครื่องไม้เครื่องมือตามที่กฎหมายต้องการ กฎหมายกำหนดไว้ มันก็ออกได้ทั้งหมด ถ้ามันทำได้ แต่ถ้าท่านไม่ทำมันก็ออกไม่ได้ ก็แค่นั้นเอง แล้วรัฐบาลก็พร้อมรับฟังข้อเสนอต่างๆ การขออาชญาบัตรของชาวประมงพื้นบ้านที่วันนี้ก็ให้ผ่อนผัน ให้รวมชนิดของการทำประมงได้ที่ผ่านมามันแยกประเภทกัน มากเกินไป ทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่อย่างไรก็ตาม ประมงพื้นบ้านผมถือว่าสร้างความสูญเสียกับเรื่องทรัพยากรประมงน้อยที่สุด แต่ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องเหมือนกัน ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเรือที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สามารถออกเรือได้ แต่เรียกร้อง เหล่านี้ผมผ่อนผันให้ไม่ ถ้าท่านทำไม่ถูกต้อง ท่านอาจจะต้องสูญเสียรายได้ ก็มันเป็นเหตุผล และความจะเป็นทั้งในเรื่องของ ลูกเรือและแรงงานบนเรือผิดกฎหมายอะไรต่างๆ เหล่านี้ เพราะเราติดเรื่องกฎหมายค้ามนุษย์เข้าไปอีกด้วยนะ เพราะงั้น เกิดมาเป็น 10 ปีแล้วต้องแก้ทั้งอัน เพราะมันเชื่อมโยงกันไปหมดเลยบ การค้ามนุษย์ IUU การห้ามจับสัตว์น้ำในประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่นๆ ก็แล้วแต่ มันพันกันไปหมด ทุกประเทศเขากำลังปรับปรุงอยู่ทั้งหมด มีบางประเทศก็ปิดอ่าวไปแล้ว เราก็เข้าไปจับไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ความร่วมมือต่างๆ ก็ต้องเกิดขึ้น รัฐบาลพยายามพูดคุยกับทุกประเทศอยู่ ในเรื่องของกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เช่น แพปลา เมื่อวานนี้ผมก็ดูในข่าว ก็เห็นแพปลาก็เริ่มมีปลาเข้า เมื่อเรือที่สามารถออกได้มากขึ้น แล้วก็เรือประมงพื้นบ้านสามารถจับปลาได้มากขึ้น เรื่องปลาที่ขึ้นมาที่ท่าก็มีมากขึ้นตามลำดับนะครับ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะลดลงบ้างในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นการชั่วคราวผลกระทบต่างๆ เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น มีเรือออกไปทำการประมงมากขึ้นวันนี้เราต้องสร้างความชัดเจนให้ได้นะครับ ตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นมา สำหรับเรือที่หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นั้น สาเหตุหลัก 3 ประการนะครับคือ 1. เป็นเรือที่อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องเรียบร้อยตามระเบียบของราชการ 2. สภาพอากาศ มีคลื่นลมแรงนะครับ ประกอบกับเป็นช่วงคืนเดือนหงาย เรือประมงจะหยุดออกเรือในช่วงดังกล่าว และ 3. ก็เป็นเรือที่ไม่สามารถออกอาชญาบัตรให้ใหม่ได้ เพราะใช้เครื่องมือประมงที่รัฐบาลควบคุมนะครับ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การสำรวจเรือที่ภาครัฐดำเนินการขณะนี้ต้องการให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ใกล้เคียงความเป็นจริง เพื่อนำมาคำนวณเป็นค่าผลจับสูงสุดที่ยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Maximum Sustainable Yield (MSY) และนำมาจัดสรรทรัพยากรประมง ทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง “ระดับการใช้ทรัพยากรประมง” กับ “ปริมาณทรัพยากรประมงที่มีอยู่”อีกทั้งช่วยให้กรมประมงสามารถออกอาชญาบัตรทำการประมงในแต่ละปีให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีอยู่จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดการทำประมงอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในที่สุด สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่นั้น นอกจากจะให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ IUU แล้ว รัฐบาลมุ่งหวังดูแล ให้ความสำคัญกับประมงพื้นบ้าน การรักษาทรัพยากรประมง ให้คงอยู่และเพิ่มขึ้นในอนาคต พี่น้องประชาชน แล้วก็ชาวประมงทุกคน ต้องเข้าใจด้วยอะไรที่เป็นปัญหา IUU นั้นเราผ่อนผันให้ไม่ได้ แต่ในส่วนที่สามารถผ่อนผันได้ เราก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ก็ขอความร่วมมืออีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เราจะได้รับคือเราจะมีปริมาณการจับสัตว์น้ำในทะเลไทยที่ยั่งยืน ปลาโตทัน นะไม่งั้นมันโตไม่ทัน ถูกวาดจับทั้งหมดด้วยอวนตาถี่บ้างอะไรบ้างที่ผิดกฎหมายนะครับ เพราะงั้นเราต้องช่วยกันสร้างสิ่งดีๆ แล้วก็การสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อทรัพยากรประมงทะเลเพราะที่ผ่านมาท่านก็ได้ใช้ทรัพยากรดังกล่าวจนหมดสิ้นไปแล้ว เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานจนโตขึ้นมาแล้ว นะวันนี้ท่านก็ต้องกลับมาดูซิว่ารุ่นต่อๆ ไป จะอยู่กันอย่างไรล่ะ ท่านจับปลากันจนหมดแล้ว ก็ไม่มีอยู่ดี ยังไงประมงก็ทำต่อไปไม่ได้ ท่านต้องเปลี่ยนผ่านให้ได้นะครับในช่วงนี้
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวต่อว่า เราถือว่าทรัพยากรของชาติถือเป็นสมบัติของชาติ ให้แก่ประชาชนรุ่นต่อๆ ไปด้วยเพราะทรัพยากรของชาตินั้นเป็นสมบัติของพวกเราทุกคน ทุกคนต้องช่วยกันรักษาส่งต่อให้ลูกให้หลาน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางบก ในเรื่องของป่า เราได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สำรวจความเสียหายที่เกิดจากการบุกรุกนะครับ ผืนป่า “ต้นน้ำ” ในภาคเหนือซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย รายงานที่ได้รับ ภาพที่ได้เห็นน่ะนะครับ น่าเป็นห่วง ปัจจุบันทรัพยากรป่าของเราถูกบุกรุกทำลายกว่า 8.6 ล้านไร่ มีผู้บุกรุกกว่า 8 แสนคน ชาวไทยพื้นที่สูง 80 % ชาวไทยพื้นที่ราบ 10% และนายทุน 10% คิดเป็นค่าเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 469,000 ล้านบาท ปัญหาสำคัญเกิดจาก การทำสวนยาง การปลูกข้าวโพด ปลูกกะหล่ำบนพื้นที่สูง การบุกรุกป่าต้นน้ำโดยกลุ่มนายทุน ก็คงต้องขอความร่วมมือด้วย แล้วก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย แล้วก็จะดูแลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นกลุ่มๆ พวกๆ ไป
สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาว จำเป็นต้องบูรณาการมีการปฏิรูปการอนุรักษ์ผืนป่า การปฏิรูปการจัดสรรที่ดินทำกิน ของคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาติ ของรัฐบาลปัจจุบันเข้าด้วยกันนะครับ โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ ในการ “ดูแลพื้นที่ พัฒนาคน พัฒนาอาชีพ และให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน” มาใช้โดยต้องเป็นการ บูรณาการการทำงานของ 6 กระทรวงหลักกับ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การบูรณาการจัดการป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน หรือที่เรียกว่าภูเขาหัวโล้นนะครับ รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นไว้ให้ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานที่ประสานสอดคล้องของทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชนที่เป็น “เจ้าของป่า” ในแต่ละพื้นที่ มีระยะเวลาดำเนินการ 20 ปี 2558 – 2578 นะครับ ผมก็ทำระยะต้นให้เท่านั้น ก็จะเป็นระยะเร่งด่วน 2 ปีแรก ปี 2558 – 2559 ใน 2 พื้นที่นำร่อง จ.น่านและ จ.เชียงใหม่ ระยะปานกลาง10 ปี 2560 – 2569 ในพื้นที่ 13 จังหวัด คือ 40 % ของพื้นที่เป้าหมายในภาคเหนือ และระยะยาว 9 ปี ปี 2570 – 2578 นะครับ จะดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายที่เหลือทั้งหมดรูปแบบการจำแนกพื้นที่ 4 ส่วน ประกอบด้วย 1. ป่าอนุรักษ์ดินและน้ำ 60% 2. ป่าชุมชน 10 - 20% 3. ที่ทำกินและป่าเศรษฐกิจชุมชน 15 - 20% และ4. ที่อยู่อาศัยประมาณ 5%นะครับ ทั้งหมดเป็นไปตามหลักวิชาการ ชาวไทยบนพื้นที่สูงก็จะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้คงมีอาชีพอยู่กับป่า และดูแลป่าต่อไปด้วย





