วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศธ.สรุปไม่เปลี่ยนเครื่องแบบอาชีวะ-เข้มกม.เด็กตีกัน

ศธ.สรุปไม่เปลี่ยนเครื่องแบบอาชีวะ เข้มกม.เด็กตีกัน-บทลงโทษ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยผลการประชุมแนวทางการดำเนินงาน/ปฏิบัติงานมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ตามนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ โดยมีประธานอาชีวศึกษาภาค 5 ภาคในสังกัด สอศ.และโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการป้องกันปัญหาทะเลาะวิวาท 16 ข้อที่พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ ในส่วนของการแต่งกายนักเรียน นักศึกษาที่มีโจทย์ว่าควรจะแต่งเหมือนกันหมด หรือไม่ต้องแต่งเครื่องแบบให้เป็นชุดไปรเวทนั้น ที่ประชุมเห็นว่าให้แต่งกายตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 เพราะทุกคนเห็นว่าเครื่องแบบนักเรียน นักศึกษาเป็นความภาคภูมิใจของสถานศึกษา และการแต่งหรือไม่แต่งเครื่องแบบก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาการทะเลาะวิวาทลดลง

ส่วนมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการปิดสถานศึกษาที่นักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทนั้น ที่ประชุมเห็นว่าถ้าใครทำผิดก็ให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเข้มงวด โดยในส่วนของโรงเรียนอาชีวะเอกชน ถ้าเป็นการก่อเหตุของแผนกวิชาก็ให้ปิดชั่วคราวแผนกวิชานั้นๆ หรือถ้าก่อเหตุภาพรวมในสถานศึกษาก็ให้ปิดชั่วคราว โดยปิดเป็นเวลา 3 วัน 5 วันหรือ 7 วันแล้วแต่ผู้บริหารสถานศึกษาจะพิจารณา แต่หากก่อเหตุซ้ำซากก็ต้องมีการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษาให้ปิดถาวร ส่วนสถานศึกษาของรัฐจะมีการพิจารณาโทษทางวินัยผู้บริหารสถานศึกษา

“ที่ประชุมได้หารือและเห็นว่าควรมีพ.ร.บ.นักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาท หรือพ.ร.บ.เยาวชนทะเลาะวิวาทขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ และมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักไม่ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เนื่องจากกฎหมายที่ใช้อยู่ยังมีโทษน้อยมาก ทั้งนี้ผมจะสรุปผลประชุมเสนอเลขาธิการ กอศ.เพื่อเสนอต่อรมว.ศึกษาธิการ พิจารณาต่อไป” นายชาญเวช กล่าว

ด้าน รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของอาชีวศึกษาเอกชนเห็นด้วยกับมาตรการต่างๆและจะดูแลนักเรียนอาชีวศึกษาให้เข้มข้นมากขึ้น ทั้งนี้ ตนเห็นว่าทุกภาคส่วนต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องของการพกอาวุธ สนับสนุนให้นักศึกษาเข้ารับการฝึกวิชาทหารหรือ ร.ด.ให้มากขึ้น รวมทั้งเปิดให้นักเรียนจากเอกชนได้เข้าค่ายเตรียมอาชีวะโดยรัฐให้การสนับสนุนงบประมาณเช่นเดียวกับนักเรียนอาชีวศึกษาของรัฐ