กระทรวงต่างประเทศ แจงส่ง "ชาวอุยกูร์" ให้จีน ตามเอกสารแจ้งความผิด-พิสูจน์สัญชาติ เผยรัฐบาลจีนรับรองความปลอดภัย ปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชี้แจงถึงกรณีประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ที่หลบหนีเข้าเมือง 115 คน กลับไปยังประเทศจีน ว่า กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งข้อมูลว่าตั้งแต่เดือน มี.ค.2557 ชาวอุยกูร์ประมาณ 300 กว่าคน ได้หลบหนีเข้าประเทศไทย และรัฐบาลจีนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยส่งบุคคลเหล่านี้กลับไปยังประเทศจีน เพราะคนเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในจีน ซึ่งรัฐบาลไทยได้ขอให้ฝ่ายจีนส่งหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติให้แก่ฝ่ายไทยพิจารณา ก่อนที่จะส่งตัวให้ฝ่ายจีนต่อไป ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบจากหลักฐานของทุกฝ่าย สรุปว่าสามารถแยกชาวอุยกูร์ดังกล่าวเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 172 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำผิดกฎหมาย และบุคคลดังกล่าวมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปตุรกี และรัฐบาลตุรกีพร้อมที่จะรับ กลุ่มที่ 2 เป็นส่วนที่รัฐบาลไทยได้รับหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติจากรัฐบาลจีนสำหรับชาวอุยกูร์ 109 คน และกลุ่มที่ 3 มีประมาณ 60 คน ที่ยังอยู่ในความดูแลของไทย ดังนั้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2558 รัฐบาลไทยจึงได้ส่งชาวอุยกูร์ 172 คน ให้กับรัฐบาลตุรกีที่ได้รับบุคคลเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานในตุรกีเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์ 109 คน ซึ่งรัฐบาลจีนได้ส่งหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติให้กับฝ่ายไทยแล้ว ขณะนี้ยังมีชาวอุยกูร์ประมาณ 60 คน อยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทย ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
นายเสข กล่าวด้วยว่า ตามที่หลายฝ่ายกังวลว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับไปที่จีนอาจถูกลงโทษอย่างรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตนั้น รัฐบาลจีนยืนยันกับรัฐบาลไทยว่าจะปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ด้วยความเป็นธรรม และรับรองความปลอดภัย ส่วนผู้ที่ไม่มีความผิดจะได้รับการดูแลให้กลับคืนสู่สังคม และรัฐบาลจีนจะจัดหาที่ทำกินให้ตามความเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้รัฐบาลจีนยินดีเชิญให้รัฐบาลไทยส่งผู้แทนไปติดตามผลการปฏิบัติ ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) จะส่งผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยราชการต่างๆ และจะเชิญองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เข้าร่วมกับฝ่ายไทยเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐบาลจีนต่อไป ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ติดอยู่ภายใน จำนวน 7 คนนั้น ทางกระทรวงฯตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตไทยฯแล้ว พบว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง





