วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ2หนุ่มยูเครน ปลอมบัตรATM ตระเวนกดเงินย่านสุขุมวิท

"นครบาล" รวบ2หนุ่มยูเครน ปลอมบัตรATM ตระเวนกดเงินย่านสุขุมวิท

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.45 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5, พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6, พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์, พ.ต.อ.กิตติกร บุญสม, พ.ต.อ.กิตติพันธุ์ จุนทการ รองผบก.น.5, พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รองผกก.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ร่วมกันแถลง

ผลการจับกุม นายดมิทโทร บอนดร้า (MR.DMYTRO BONDAR) สัญชาติยูเครน อายุ 32 ปี และ นายโอเล็กซานเดอร์ คอชชิวมินิค (MR.OLEKSANDR KORCHEMNYIZ )สัญชาติยูเครน อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลาง บัตรอิเลคทรอนิคสีเขียว ขาว แดง จำนวน 47 ใบ (ได้จากการตรวจค้นขณะจับกุม) บัตรอิเลคทรอนิคสีเขียว ขาว แดง จำนวน 125ใบ (ได้จากการตรวจค้นภายในห้องพัก) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้กยี่ห้อ Lenovo สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และที่ชาร์ตคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 ตัว เครื่องอ่านและบันทึกข้อมูลบัตรเครดิต จำนวน 1 เครื่อง หมวกแก้ปสีดำ จำนวน 4 ใบ ผมปลอม(วิก)แบบสั้น จำนวน 1 อัน เงินสดเป็นเงิน 220,000 บาท(ได้จากการตรวจค้นขณะจับกุม) และเงินสด 600,000 บาท(ได้จากการตรวจค้นภายในห้องพัก) กระดาษระบุหมายเลขบัตร และรหัส 4 หลัก จำนวน 2 แผ่น สามารถจับกุมได้บริเวณข้างตู้กดเงินสดของธนาคารไทยพาณิชย์ระหว่างซอยสุขุมวิท45 และ 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เวลาประมาณ 23.45 น.


พ.ต.อ.ขจรพงศ์ กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 7 ก.ค. ขณะที่เจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมกำลังออกตรวจพื้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จนเมื่อมาถึงบริเวณตู้กดเงินสดของธนาคารไทยพาณิชย์ระหว่างซอยสุขุมวิท45และ47ได้สังเกตเห็นนายดมิทโทรและนายโอเล็กซานเดอร์กำลังยืนอยู่หน้าตู้กดเงินที่เกิดเหตุลักษณะกำลังถอนเงินสดจากตู้กดเงินดังกล่าวโดยผู้ต้องหาทั้งสองยืนกดเงินที่ตู้ดังกล่าวเป็นเวลานานท่าทางมีพิรุธเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและทำการตรวจค้นจากการตรวจค้นภายในตัวพบ บัตรอิเลคทรอนิคจำนวน25ใบอยู่ในกระเป๋าผู้ต้องหาที่1และพบอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหาที่2จำนวน22ใบ เงินสดฉบับละ1000บาทจำนวน 220 ฉบับ รวมเป็นเงิน 220,000 บาท พบในกระเป๋าสะพายของผู้ต้องหาที่1 กระดาษระบุหมายเลขบัตรและรหัส 4 หลัก จำนวน2แผ่น


“จากการตรวจสอบหน้าบัตรเครดิตมีลักษณะไม่เหมือนบัตรเครดิตทั่วไป และมีจำนวนมากอีกทั้งมีรหัสบัตรจดใส่กระดาษจึงน่าเชื่อว่าเป็นบัตรอิเลคทรอนิคปลอม จึงทำการจับกุมตัวมาสอบสวนที่สน.ทองหล่อ จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 พักอาศัยอยู่ที่ห้องพักเลขที่511ชั้น5อาคารแอลเอทาวเวอร์ซอยอินทามระ47 แขวงและเขตดินแดง กทม.จึงได้นำพาไปตรวจค้นห้องพักพบบัตรอิเลคทรอนิคสีเขียว ขาว แดงจำนวน 125 ใบ เงินสดฉบับละ1,000 บาท จำนวน 600 ฉบับ รวมเป็นเงิน 600,000 บาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ก กระดาษระบุหมายเลขบัตร เครื่องอ่านและบันทึกข้อมูลบัตรเครดิต จึงทำการยึดมาตรวจสอบ” ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าว


พ.ต.อ.ขจรพงศ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังธนาคารกสิกรไทยให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบข้อมูลในบัตรจึงทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าข้อมูลในบัตรเครดิตนั้นเป็นข้อมูลบัตรของธนาคารต่างประเทศโซนยุโรปเช่นอังกฤษเยอรมันออสเตรียเนเธอร์แลนฝรั่งเศสจากการประมาณการบัตรเครดิตที่มีข้อมูล1ใบสามารถกดเงินได้ประมาณ1แสนบาทรวมค่าเสียหายในครั้งนี้มากกว่า15ล้านบาทและจากการตรวจสอบข้อมูลจากตม.ทราบว่าผู้ต้องหาที่1เคยเข้ามาประเทศไทยแล้วจำนวน3ครั้งในฐานะนักท่องเที่ยวโดยเข้ามาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่2กค.58ส่วนผู้ต้องหาที่2เพิ่งเข้ามายังประเทศไทยเป็นครั้งแรกพร้อมผู้ต้องหาที่1ในฐานะนักท่องเที่ยวเช่นกัน


สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารู้จักกับชาวรัสเซียคนหนึ่งที่ประเทศเม็กซิโกเมื่อประมาณปี 57 โดยชาวรัสเซียคนนี้บอกว่าเที่ยวบ่อยไหม สนใจจะมาเที่ยวที่ประเทศไทยไหม โดยจะช่วยให้มีรายได้โดยทำหน้าที่กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม จากนั้นชาวรัสเซียคนดังกล่าวก็ส่งอุปกรณ์พวกบัตรเครดิต เครื่องสกิมเมอร์มาทางพัสดุให้ตน เมื่อได้บัตรมาก็เดินกดเงินบริเวณซอยสุขุมวิท45-47โดยเมื่อกดเงินได้แล้วจะนำไปแลกเป็นเงินตราต่างประเทศแล้วจะมีชาวรัสเซียมารับเงิน โดยจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงิน10%ของยอดเงินที่ส่งได้


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันใช้หรือร่วมกันมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนอันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป