วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ยันฟันทุกกรณี ไม่ว่าทุจริตมาก-น้อย

ป.ป.ช.ยันฟันทุกกรณี ไม่ว่าทุจริตมาก-น้อย ยกคดีอุทาหรณ์ หลังชงเรื่องพกส.โกงค่าตั๋วรถเมล์ 9.50 บ. ถึงพนง.สวบสวน จนออกหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซด์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่อง อุทาหรณ์ ! ทุจริตเงิน 9.50 บาท จะรอดไหมน่ะ โดยระบุถึงกรณีที่มีผู้ร้องมาที่คณะกรรมการป.ป.ช.คดีหมายเลขดำที่ 52920672 ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2550 และ(ฉบับที่2) พ.ศ. 2554) ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและให้รายงาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป

โดยพนักงานสอบสวนรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ได้ความว่านายสมชาย จ่างมณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง พนักงานเก็บค่าโดยสาร ระดับ 1สายการเดินรถที่ 180 กองเดินรถที่ 2 เขตการเดินรถที่ 4องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร มีพฤติการณ์นำตั๋วโดยสารที่จำหน่ายไปแล้ว ราคา 9.50 บาท ไปจำหน่ายให้ผู้โดยสารใหม่อีกครั้ง แล้วนำเงินดังกล่าวไปเป็นของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.45 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551  

ล่าสุดพนักงานสอบสวนยังรายงานด้วยว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 มีความเห็นสั่งฟ้องนายสมชาย จ่างมณี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต มาตรา 157ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยทุจริต และมาตรา 90การกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำผิด แต่เนื่องจากนายสมชาย จ่างมณี ผู้ต้องหาหลบหนี ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงได้ออกหมายจับ ที่ จ.1076/2551 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2551 อายุความ 20 ปี นับแต่วันที่ 20กุมภาพันธ์ 2551  

ด้านนายทวิชาติ นิลกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า การที่สำนักประชาสัมพันธ์ได้นำเสนอข่าวที่สามารถนำมาเป็นเกร็ดได้ พยายามคัดคดีที่หลายคนอาจเห็นว่าเรื่องนั้นไม่น่าเป็นไปได้แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพราะต้องการสื่อให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นคำร้องเรียน คดีเล็ก หรือคดีใหญ่ ถ้าผู้ร้องเรียนร้องเข้ามาที่ป.ป.ช. คณะกรรมการป.ป.ช.ต้องทำทุกเรื่องปฏิเสธไม่ได้ และเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ว่า แม้ว่าจะเป็นการทุจริตเงินจำนวนน้อยความผิดก็เท่ากับการโกงเงินจำนวนมากเช่นกันตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตามหากพบคดีในทำนองนี้อีกจะได้นำมาเผยแพร่ให้ทราบต่อไป “ผมต้องการให้คนที่ได้อ่านข่าวที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือนึกไม่ถึงอย่างนี้ได้ฉุกคิดบ้าง ว่าไม่ว่าจะทุจริตเงินมากหรือน้อย ก็คือทุจริต อีกทั้งผมเคยโดนมากับตัว โดนผู้ร้องเหน็บมาว่า ทำไมคดีของเขาไม่คืบเลย เป็นเพราะคดีนั้นเป็นเรื่องเล็กใช้หรือไม่ถึงไม่แยแส และเห็นป.ป.ช.ออกข่าวแต่นักการเมืองระดับชาติเท่านั้น จึงต้องการสะท้อนให้เห็นว่าคดีเล็ก หรือ คดีใหญ่ ป.ป.ช.ก็ทำหมด”