กมธ.ยกร่างฯมั่นใจ 200 ส.ว.ชุดใหม่ เป็นพหุนิยม ชี้คกก.สรรหา 3 แนวทางเป็นธรรม โปร่งใส คาดเสร็จทุกมาตรา 20 ก.ค.นี้
รัฐสภา-พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ว่า เบื้องต้นที่ประชุมกมธ.ยกร่างฯได้กำหนดให้ส.ว.มีจำนวนไม่เกิน 200 คน โดยมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน รวม 77 จังหวัด และมาจากการเลือกกันเองและการสรรหา จำนวน 123 คน ซึ่งที่มาของการเลือกกันเองและการสรรหา จะมาจาก 4 แนวทาง โดยแนวทางที่ 2 ประกอบด้วยผู้แทนจากสภาวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง ทางกมธ.ยกร่างฯได้ปรับหลักการจากที่ให้เลือกกันเอง มาเป็นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นผู้จับสลากจำนวนไม่เกิน 15 คน
โดยเหตุผลที่กำหนดให้กกต.เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรตามแนวทางที่ 2 มีเพียง 21 แห่งและเมื่อทำการเสนอรายชื่อขึ้นมาก็ให้กกต.จับสลากตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส เนื่องจากแต่ละองค์กรก็จะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และมีความเชี่ยวชาญกับวิชาชีพที่สังกัดอยู่ เข้ามาเป็นส.ว.อยู่แล้ว
ส่วนแนวทางที่ 4 ก็กำหนดให้ส.ว.มาจากผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมด้านต่างๆ อาทิ การเมือง ความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สังคม ศาสนา ชาติพันธุ์ จำนวน 68 คน เมื่อรวมกับส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัดและผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร รวมทั้งผู้แทนองค์กรซึ่งเป็นนิติบุคคลจากด้านต่างๆ ก็จะทำให้ส.ว.มีความหลากหลายเป็น “ส.ว.พหุนิยม” อย่างแท้จริง ได้ส.ว.ที่มีที่มาจากทุกระดับทั้งขุนนาง นายทุน รากหญ้า เป็นต้น
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาส.ว.ตามแนวทางที่ 3 และแนวทางที่ 4 เบื้องต้นทางกมธ.ยกร่างฯ ยังไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียดว่าจะมีจำนวนเท่าใด จะเป็น 9 คน หรือ 11 คน ซึ่งต้องไปพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ได้วางหลักการว่า คณะกรรมการสรรหาส.ว. จะต้องออกแบบให้มีความเหมาะสม และเป็นธรรม โดยจะต้องมีองค์ประกอบ 3 แนวทาง คือ 1.เป็นผู้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ มีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอ 2.องค์ประกอบต้องมีความหลากหลายมาจากทุกภาคส่วน 3.มีจำนวนมากพอสมควร เพื่อป้องกันการล็อคตัวบุคคล ซึ่งคาดว่าในประเด็นนี้จะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามทางกมธ.ยกร่างฯ ยังยึดปฏิทินการทำงานตามกรอบเดิมไปจนกว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม มีผลบังคับใช้ หากพิจารณาไปตามนี้คาดว่าจะพิจารณารายมาตราเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้





