“นิพิฏฐ์”แนะรบ.ทำความเข้าใจปชช. เหตุจับ"ดาวดิน" ฝืนคำสั่งคสช. ห้ามชุมนุมเกิน5คน ชี้แนวรบการเมืองเปลี่ยนจากปลุกม็อบ กดดันใช้นศ.เป็นเครื่องมือ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มดาวดิน ว่า แนวรบทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลต่อไปจะไม่ใช้มวลชนมากดดันเหมือนในอดีต ที่มีการชุมนุมปลุกม็อบขนาดใหญ่ เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถควบคุมได้เด็ดขาดในทุกพื้นที่ ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวรบโดยใช้นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนมาร่วมเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหว เพราะเวลาต่อสู้ถ้าถูกดำเนินคดี ประชาชนทั่วไปจะเห็นใจนักศึกษามากกว่าเห็นใจประชาชนทั่วไป และสถานการณ์ขณะนี้ก็มาถึงจุดนั้นแล้ว รัฐบาลจึงต้องเร่งอธิบายทำความเข้าใจว่ากลุ่มนักศึกษาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และก็เคยให้ชุมนุมมาแล้วถึง 3 ครั้งจึงได้จับกุม ถ้ารัฐบาลไม่อธิบายหรือทำความเข้าใจสถานการณ์ก็จะยิ่งลุกลาม การต่อสู้แนวนี้ก็จะขยายออกไป แต่ตนเชื่อว่า คสช.คงทราบแล้วว่าการต่อสู้ทางการเมืองจะเดินไปอย่างไร และแก้ไขอย่างไร เพียงแต่จะใช้วิธีการอย่างไรเท่านั้น
"ถ้ารัฐบาลไม่อธิบายว่าไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น เพราะมีการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. รัฐบาลก็จะถูกมองว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับสังคมไม่ควรให้ทอดเวลายาวออกไป เพราะเวลาจะเข้าข้างนักศึกษา และเวลาที่จะเข้าข้างประชาธิปแไตย แต่เวลาที่จะไม่เข้าข้างรัฐบาล เพราะระบบประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ เรายอมให้ขัดจังหวะประชาธิปไตยนานไม่ได้ ผมคิดว่าถ้าคุยกันจริงจังไม่นานก็จะจบ และอธิบายด้วยว่ารัฐบาลไม่ได้สองมาตรฐาน แต่กำลังปฏิรูปประเทศให้เข้ารูปเข้ารอย โดยใช้ระยะเวลาตามกรอบ อธิบายไปเรื่อยๆ ผมคิดว่าคนก็จะเข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น และควรบอกด้วยว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วจะมาจากประชาธิปไตยแต่สุดท้ายไมได้ใช้หลักประชาธิปไตยในการบริหารประเทศ ละเมิดรัฐธรรมนูญ จึงทำให้รัฐบาลชุดนั้เข้ามายึดอำนาจและกำลังเร่งปฏิรูปประเทศอยู่" นายนิพิฏฐ์ กล่าวและว่า ตนเชื่อว่าขณะนี้หลายฝ่ายยังสับสนในเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ถึงแม้ว่ากลุ่มนักศึกษาจะไม่เข้าใจื แต่เมื่อธิบายแล้วประชาชนจะเข้าใจดีขึ้น





