วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.รับทราบรายงานประจำปีกสทช.

สนช.รับทราบรายงานประจำปี 2557 ของกสทช.หลังท้วงติงการใช้งบประมาณของกสทช. แจกคูปองทีวรดิจิตอล

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประจำปี 2557 (ตามมาตรา 76 ของพ.ร.บ.กสทช. พ.ศ. 2553 )และรับทราบรายงานการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี 2557 พร้อมข้อเท็จจริงต่อรายงานการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กทสช.ประจำปี 2557 ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามพ.ร.บ.กสทช.(กตป.) ที่มีพล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ เป็นประธาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายงานผลงานประจำปีของกสทช. มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับดำเนินการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลหลังจากที่ได้ออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการ โทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจำนวน 24 ช่อง และการดำเนินงานแจกคูปองดิจิตอลมูลค่า 690 บาทให้กับประชาชนเพื่อนำไปแลกซื้อกล่องดิจิตอล( Set Top Box )ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี ประชาชนรับชมโทรทัศน์ดิจิตอลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุนของผู้ประกอบการผู้ผลิตและผู้จำหน่ายกล่อง Set Top Box ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท นอกจากนี้กสทช.ยังมีแผนงานเตรียมการสู่การประมูลคลื่นความถี่ 1,800 เมกกะเฮิร์ต และ 900 เมกกะเฮิร์ต เพื่อนำไปสู่ระบบการพัฒนาในระบบ 4 จี การรณรงค์ให้ผู้ใช้บริการรักษาสิทธิ์ รักษาเบอร์ รักษาเงิน โดยการลงทะเบียนยืนยันความเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน และยืนยันการทำงานอย่างโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของกสทช. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกได้อภิปรายติติงการใช้งบประมาณของกสทช. โดยเฉพาะค่าเบี้ยประชุมอนุกรรมการของกสทช.ต่อคนต่อครั้งถึง 8,000 บาท ซึ่งมากกว่าค่าเบี้ยประชุมของอนุกรรมการของสนช.ที่ได้เพียง 800 บาทหรือ 10 เท่า และงบประชาสัมพันธ์ที่ตั้งไว้จำนวนมากซึ่งไม่รู้ว่าใช้ไปอย่างไร ขณะที่งบประมาณเดินทางไปต่างประเทศนั้น ซึ่งกสทช.บางคนเดินทางไปดูงานต่างประเทศ โดยอ้างว่า ไปเรียนรู้ ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้งมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ผลที่ได้รับไม่มีประสิทธิภาพซึ่งควรเปลี่ยนวิธีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาประเทศไทยแทนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันเพื่อประหยัดงบประมาณเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร นอกจากนี้ในเรื่องของการแจกคูปองทีวีดิจิตอลที่ดูเหมือนยังไม่สามารถคลอบคลุมในทุกพื้นที่ เพราะมีข้อจำกัดของการขยายโครงข่ายโทรทัศน์ทีวีดิจิตอลที่ทำให้ไม่สามารถขยายโครงข่ายได้ และยังมีผู้บริโภคหลายรายแลกคูปองแต่ไมได้ประโยชน์จากการใช้อุปกรณ์ที่แลกไปอย่างแท้จริง 

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า ได้ปรับลดการใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 เหลือ 4,600 ล้านบาท จากเดิมปี 2556 ใช้ 5,600 ล้านบาท ซึ่งงบพัฒนาบุคลากรที่ใช้ปีละกว่า 100 ล้านบาท เป็นโครงการนักเรียนทุนของ กสทช.กว่า 20 คน ที่ทำข้อตกลงกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนไว้แล้ว ไม่ใช่งบที่ใช้ในสำนักงาน กสทช.แต่อย่างใด ส่วนเงินกองทุนวิจัยและพัฒนา (กสทช.) เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ ยูโซ่เกือบ 2 หมื่นล้านบาท ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ชะลอการใช้จ่ายด้านการพัฒนาระบบไอซีที และได้ยืมเงินในส่วนนี้ 14,000 ล้านบาทจาก กสทช.เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้ง ส่วนงบประชาสัมพันธ์ของกสทช.ในปี 2557 จำนวน 67 ล้านบาท ลดลงกว่างบปี 2556 โดยนำไปใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เช่น เน็ตรั่ว และให้ประชาชนแลกคูปองกล่องทีวีดิจิทัล เป็นต้น  

นายฐากูร กล่าวว่า สำหรับเบี้ยประชุมของคณะอนุกรรมการนั้น ขณะนี้กสทช.ได้ปรับลดจำนวนคณะอนุกรรมการต่างๆ เหลือเพียง 37 คณะจากเดิมกว่า 100 คณะอนุกรรมการ และจะแก้ไขระเบียบการเบิกจ่ายเบี้ยประชุม โดยอนุกรรมการตั้งได้ไม่เกิน 3 คณะ 1 เดือนรับเงินได้ไม่เกิน 4 ครั้ง ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศทำได้เฉพาะการเข้าร่วมประชุมเท่านั้นและคณะละไม่เกิน 5 คน ซึ่งไม่ใช่การศึกษาดูงาน หรือไปสัมมนาต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมามีการจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ กสทช.เพื่อประหยัดการใช้จ่ายงบประมาณ 

ส่วนการแจกคูปองทีวีดิจิทัล 13 ล้าน 6 แสนใบนั้น ขณะนี้มีประชาชนนำคูปองมาแลกกล่องเซตท็อปบ็อกซ์เกินร้อยละ 50 แล้ว ยอดสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และคาดว่าจะมีประชาชนนำคูปองมาแลกถึงร้อยละ 70 เพราะมีเวลาจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2559 ส่วนที่ไม่ได้แลกไม่ใช่ประชาชนเข้าไม่ถึงทีวีดิจิทัล แต่เป็นเพราะที่บ้านมีโทรทัศน์ที่รองรับระบบทีวีดิจิทัลอยู่แล้ว