กมธ.ร่างรธน.ยืนม.60 ว่าด้วยการตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภคไว้ตามหลักการเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในวันที่ห้า ยังคงอยู่ในหมวด 2 ว่าด้วยประชาชน ตอนที่ 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยมีสาระสำคัญ ในมาตรา 60 ว่าด้วยสิทธิของผู้บริโภคที่ได้รับความคุ้มครอง และกำหนดให้มีการตั้งองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ในมาตราดังกล่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เสนอให้ตัดบทบัญญัติทั้งมาตราออก และให้นำไปเขียนไว้ในกฎหมายอื่นเพราะมีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่ามาตรา 60 นั้นควรเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเหมือนเดิม แต่ในส่วนของรายละเอียดนั้นให้ปรับใช้คำว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อให้เนื้อหาของมาตราสั้นลง อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวที่ประชุมยังจะนำบทบัญญัติไปพิจารณาร่วมกับครม.
ขณะที่มาตรา 62 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการร้องทุกข์และมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐในทางปกครองที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน ในวรรคท้ายว่าด้วยการมีส่วนรวมในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และแผ่นอื่น รวมถึงการออกกฎหมายหรือออกกฎที่มีผลกระทบต่อประชาชน ข้อเสนอของ ครม.ให้ตัดออก เพราะการเขียนไว้เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคต และยากต่อการตีความ โดยที่ปรชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าหลักการยังมีความสำคัญ และการขอปรับบทบัญญัติยังมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ดังนั้นในวรรคดังกล่าวจึงรอการพิจารณาไว้ก่อน
ส่วนมาตรา 64 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชน รวมถึงการกำหนดให้ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนรัฐจะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณาและอธิบายความนาน 3 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้ข้อสรุปและปรับปรุงถ้อยคำในวรรคสามให้เป็น
"การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนซึ่งต้องกระทำโดยอิสระ เป็นกลาง และตามหลักวิชา และในกรณีที่มีการประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกันด้วย ตลอดจนตัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งให้คณะกรรมการอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ"
โดยสาระสำคัญที่ปรับปรุงเป็นหลักประกันของการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อชุมชนที่เที่ยงตรงโดยประเด็นของการดำเนินงานที่เป็นอิสระ เป็นกลาง และตามหลักวิชานั้น เพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรใดต้องไม่ทำรายงานเท็จเพื่อเอาใจหรือเพื่อให้ได้รับค่าจ้างจากหน่วยงานที่จ้างวาน
ขณะที่มาตรา 65 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการรับรู้และแสดงความเห็น ในวรรคหนึ่งได้ตัดรายละเอียดที่เป็นคำที่ขยายความออก และมาตรา 66 ว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐต่อรัฐสภา ได้เพิ่มสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างกฎหมายในส่วนของกมธ.ร่วมรัฐสภาจากเดิมที่กำหนดให้เพียง กมธ.ของสภาผู้แทนราษฎร และกมธ.ของวุฒิสภาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการพิจารณาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้นที่ประชุมได้รับหลักการของการเพิ่มมาตรา 63/1 ตามข้อเสนอสปช.กลุ่มที่มีนายประสาร มฤคพิทักษ์ เป็นผู้นำยื่นฯ ที่มีสาระสำคัญ คือ ให้สิทธิพลเมืองเข้าถึงสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อประโยชน์สาธารณะ และมีสิทธิเรียกร้อง หรือสิทธิทางศาลในกรณีติดตามสาธารณสมบัติของแผ่นดินคืนจากผู้ครอบครอง หรือใช้สิทธิในสาธารณสมบัติโดยมิชอบ ไว้พิจารณาด้วย





