วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศรีวราห์' จี้สร.2 คว่ำมติก.ตร.ซัดขัดกม.

ก.ตร.ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด คดีทวีคูณ "ศรีวราห์" จี้ สร.2 คว่ำมติก.ตร.ซัดขัดกม.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 25 มิถุนายน ถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร) เรื่องขอคัดค้านการลงมติอุธรณ์คำสั่งศาลปกครอง กรณีที่พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตกเป็นผู้เสียหาย จากการที่ ก.ตร.ไม่ให้สิทธิทวีคูณในการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ในการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมาขัดกฎหมายและข้อบังคับ

หนังสือร้องเรียนของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่า ตนได้ทราบจากกรรมการ ก.ตร. ท่านหนึ่งซึ่งเข้าประชุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนานน ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ท่านประธาน ก.ตร. ได้ติดภารกิจและได้ออกจากที่ประชุม และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทำหน้าที่ประธาน ในที่ประชุมแทน จากนั้น พล.ต.อ.สมยศ ได้เสนอให้ที่ประชุม พิจารณาว่าจะอุธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่และขอให้มีมติในเรื่องนี้ ที่ประชุมพิจารณาให้มีการลงคะแนนลับ มีก.ตร.ร่วมพิจารณา 7 ท่านปรากฏว่าผลการลงคะแนนลับ ไม่อุธรณ์ 2 เสียง ให้อุธรณ์ 2 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ทำให้คะแนนเท่ากัน ประธานฯในที่ประชุมจึงได้กล่าวในที่ประชุมว่า “ถ้าให้ประธานฯลงคะแนนเสียงด้วยก็จะถูกฟ้องคนเดียว” และได้สั่งพักการประชุม ก่อนที่ประธานจัดให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยทางลับ ผลคือ ไม่อุธรณ์ 2 เสียง ให้อุธรณ์ 3 เสียง งดออกเสียง 2 เสียงนั้น ขอเรียนว่าการดำเนินการออกเสียงลงคะแนนและมีมติดังกล่าวเป็นไปโดยขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับ ก.ตร.

“กรณี พล.ต.อ.สมยศ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน ประธาน ก.ตร. นั้น ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 42 วรรค 2 บัญญัติไว้ว่า ในการประชุมฯถ้าประธานฯ ก.ตร.ไม่อยู่ให้ ก.ตร. เลือกก.ตร.คนใดคนหนึ่งเป็นประธานแต่ในการประชุมนี้ ไม่มีการเลือกแต่อย่างใด จึงทำให้การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในกรณีการประชุม ก.ตร. ดังกล่าวกรรมการได้ออกเสียงลงคะแนนลับในครั้งแรก ผลคะแนน ไม่อุธรณ์ 2 เสียง ให้อุธรณ์ 2 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ทำให้คะแนนเท่ากัน ตามข้อบังคับ ก.ตร.ว่าด้วยการประชุมและการลงคะแนนของ ก.ตร.และของอนุ ก.ตร.พ.ศ.2547 กำหนดให้ว่ากรณีเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาดโดยพลัน แต่การที่ประธานในที่ประชุมได้สั่งให้พักแล้วมีการลงคะแนนเสียงใหม่อีกครั้ง มติดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้กรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.กรรมการ ก.ตร.ที่ร่วมมีมตินั้น ทั้งคู่เป็นกรณีและมีส่วนได้เสียเนื่องจากอยู่ร่วมประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 9/2555 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2555 ที่ตนได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ในกรณีที่ ก.ตร. มีมติไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้มีมติเพิกถอนมติ ก.ตร.ดังกล่าวตามฟ้อง ดังนั้นผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้กระทำการพิจารณาทางการปกครอง ตาม มาตรา 13(1)แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และ ข้อบังคับ ก.ตร.ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร.และอนุ ก.ตร. พ.ศ.2547 มติดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การประชุม ก.ตร.ดังกล่าวได้พิจารณาว่าจะอุธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ของตน ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ เป็นการพิจารณาทางปกครอง การกระทำดังกล่าวจึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 จึงได้มีหนังสือขอเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม การประชุมดังกล่าวจึงมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเรียนมาเพื่อขอได้โปรดสั่งการให้ยกเลิกมติในการประชุมดังกล่าวเพื่อให้ถูกต้องต่อไป” พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง มีหนังสือแจ้งสั่งการ ถึง ผบ.ตร. ระบุว่าด้วย พล.ต.ท.ศรีวาราห์ .ได้มีหนังสือด่วนมากลงวันที่ 25 มิ.ย.58 เรื่องคัดค้านการลงมติในการประชุมก.ตร.อันขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับ จากการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 วาระเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่1360 /2558รวม ให้ ผบ.ตร.ตรวจสอบ โดยพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วพิจารณาเสนอความเห็นโดยด่วน ภายใน29มิถุนายน 2558

รายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องจากพล.ต.อ.สมยศ เดินทางไปราชการต่างประเทศ พล.ต.อ.เอก รักษาราชการแทนผบ.ตร. ได้รับหนังสือดังกล่าวและสั่งการต่อไปยังพล.ต.อ.ชัยยง กีรติขจร ที่ปรึกษา (สบ10) ให้ไปหารือร่วมกับตัวแทนสำนักงานกฎหมายและคดี และตัวแทนสำนักงานก.ตร.เพื่อพิจารณาตามที่มีการสั่งการและร้องเรียน โดยผลการหารือเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า ในประเด็นที่ว่าไม่มีการเลือกให้พล.ต.อ.สมยศ ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนพล.อ.ประวิตร นั้น สามารถทำได้ เนื่องจากมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88 / 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ก.ตร.โดยกำหนดให้ผบ.ตร. เป็นรองประธาน ก.ตร. และกฎหมายวิธีปฏิบัติทางปกครอง ดังนั้นการทำหน้าที่ของพล.ต.อ.สมยศ สามารถทำได้ ขณะที่ประเด็นที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ โต้แย้งกรณี พล.ต.อ.เอก และ พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่มีสิทธิร่วมประชุมนั้น ชี้ว่าเป็นการร่วมพิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจรณาเรื่องของตัวเองในฐานะคู่ความว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องคนอื่นเลย รองผบ.ตร.ทั้ง 2 คนจึงมีสิทธิพิจารณา โดยสรุปว่าการประชุม ก.ตร.ในวันนั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามกฏข้อบังคับ ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร เพื่อขอขยายเวลาการชี้แจงทั้งนี้เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและรอให้ พล.ต.อ.สมยศ กลับมาจากไปราชการต่างประเทศได้ร่วมพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่ยังมีรายงานด้วยว่าภายหลังจากที่ ก.ตร.มีมติไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ทาง ก.ตร.ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดตามกรอบเวลากำหนดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา