วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเผยเดินหน้าแก้ไข 6 ปัญหาใหญ่ที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล

"ประยุทธ์"เผยเตรียมเดินหน้าแก้ไข 6 ปัญหาใหญ่ที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล เริ่มจากปัญหาภัยแล้ง น้ำแล้ง สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขุดเจาะน้ำบาดาลส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ว่า เรื่องที่รัฐบาลและคสช.ให้ความสำคัญมาก นอกเหนือจากภัยคุกคามด้านความมั่นคง ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเก่า แล้ว สิ่งที่เราเข้มงวด หรือว่าเร่งรัดมาตรการต่างๆ ให้เกิดขึ้น มีผลอย่างรวดเร็วก็ได้แก่ ๑. เรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เร่งด่วน ในปัจจุบันก็ได้แก่เรื่องภัยแล้ง และรัฐบาลเข้าใจดีนะครับในความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรขณะนี้ ทุกคนนะครับ ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ด้วย ซึ่งประสบปัญหากับความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำในการทำการเกษตร ผมได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฝนจะตกน้อยต่อเนื่อง และทิ้งช่วงไปจนถึงประมาณปลายเดือนกรกฎาคม

“ ผมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานมีการประชุม สั่งการ รวมทั้งให้กองทัพมามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดระเบียบการส่งน้ำในคลองชลประทาน ให้กับพี่น้องเกษตรกรให้เกิดความทั่วถึง แล้วก็เป็นธรรมนะครับ ก็ขอความร่วมมือด้วย อย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเลยในเรื่องนี้นะครับ รวมถึงการให้ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้วางแผนช่วยเหลือเร่งด่วนร่วมกัน ซึ่งในขั้นต้น นอกจากการจัดระเบียบการส่งน้ำแล้ว ภาครัฐและท้องถิ่น ก็จะเร่งดำเนินการในเรื่องของการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล และบ่อตอก โดยจะให้ความเร่งด่วนกับพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ดอน ก่อนนะครับ ซึ่งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีอยู่ประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ ไร่ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝนตกน้อยในเวลานี้ เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในเขตมหาสมุทรแปซิฟิก หรือที่เรียกว่า เอลนีโญ โดยหน่วยงานได้รายงานว่า เป็นปรากฎการณ์ที่กระทบต่อสภาพอากาศมากที่สุดในรอบ ๑๐ ปี นอกจากนั้นก็เกิดจากสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก Climate Change ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลยนะครับ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการรักษาทรัพยากรป่าไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญ บ้านเรานั้นไม่มีป่า ก็ไม่มีน้ำนะครับ ผมพูดหลายครั้งแล้ว ต้องช่วยกันนะครับทั้งรักษา แล้วก็ฟื้นฟู สิ่งที่บุกรุกไปแล้วด้วย ขอความร่วมมือด้วย สำหรับในการวางแผนระยะยาว รัฐบาลได้จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำ สำหรับปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๙ หลายปี ไว้ ๖ เรื่องด้วยกันเพื่อจะครอบคลุมทั้งหมด ในทุกมิติ ได้แก่1. การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค จะมีการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนในการพัฒนาทำประปาหมู่บ้านประมาณ ๗,๕๐๐ หมู่บ้าน ซึ่งยังไม่ครบ แล้วก็พัฒนาประปาในเขตเมืองถึงเกือบ ๗๐๐ แห่ง เริ่มตั้งแต่ปีนี้ และจะให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๐ รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบประปาที่มีอยู่เดิมอีกกว่า ๙ พันแห่ง ได้แก่การจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้แก่โรงเรียนและชุมชนกว่า ๖ พันแห่งด้วยเรื่องที่ 2 คือการสร้างความมั่นคงของน้ำในภาคการผลิต จะมีการสร้างแหล่งกักน้ำแห่งใหม่ ๓๖๙ แห่ง ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ๘๙๕ แห่ง ขุดสระน้ำในไร่นา ๕ หมื่นแห่ง ขุดบ่อบาดาล ๑,๒๘๕ แห่ง เพื่อเตรียมไว้ใช้สำหรับการผลิตทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมโดยในปี 2559 นั้นเราตั้งไว้ว่าจะสามารถเพิ่มเขตชลประทานได้ 2.2 ล้านไร่ และในปี 69 นั้น จะเพิ่มได้ถึง 8.7 ล้านไร่ นะครับ แล้วเมื่อเสร็จสิ้นโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ เราก็จะมีพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศจากเดิม 30 ล้านไร เป็นประมาณ 40 ล้านไร่ จะเพิ่มประมาณ 10 ล้านไร่ก็ถือว่าพอสมควร 

ในเรื่องที่ 3 คือการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย จะมีการปรับปรุงทางน้ำสายหลักและสาขา 30 แห่ง ระยะทางประมาณ ๗๕ กิโลเมตร เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและทางผันน้ำ ๓ แห่ง การพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วม การทำคัน/เขื่อนป้องกันตลิ่ง ๑๓ แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ กำลังดำเนินการ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา ๓ ปี ในจึงจะแล้วเสร็จ 4. การจัดการคุณภาพน้ำ ทั้งการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ๓๖ แห่ง การลดน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดและการกำจัดวัชพืชและขยะมูลฝอยในแหล่งน้ำ ๓๙๙ แห่ง ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จในปีนี้นะครับแล้วจะดำเนินการต่อเนื่องทุกปี ส่วนในเรื่องระบบการผลักดันน้ำเค็ม นี่เป็นเรื่องที่ 5 จะมีการดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อไม่ให้คาความเค็มเกินมาตรฐาน อันนี้ก็เป็นปัญหาในเรื่องของน้ำต้นทุนที่จะระบายไปอีกนะครับในขณะนี้ และเรื่องที่ 6 คือการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน จะมีการปลูกป่าทดแทน ๒๕,๐๐๐ ไร่ และปลูกหญ้าแฝก ๖๔๕,๐๐๐ ไร่ โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ ก็ขอเรียนว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาแล้วเราจัดลำดับความเร่งด่วนมีการดำเนินการเป็นระยะๆ นะครับในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งงบประมาณด้วย ก็คงต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย