"วิษณุ"แจง 71 รายชื่อขรก.โยกย้ายยังไม่ผิด มีตำแหน่งอยู่ รอหน่วยงานตรวจสอบ ระบุขรก.ท้องถิ่นมีงบจำกัดต้องตัดเงินเดือนเพื่อให้คนรักษาได้เงิน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบรางวัลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการจำนวน 71 คน ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2558 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามบัญชีข้าราชการทุจริตล็อตที่ 2 ส่วนชุดแรกจะมีบางส่วนที่ถูกใช้และไม่ใช้ตามมาตรา 44 โดยมาตรา 44 จะใช้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการสั่งการ ขณะที่ข้าราชการระดับล่าง ระดับซี 6-7 จะส่งรายชื่อกลับไปให้กระทรวงนั้น ๆ พิจารณาตรวจสอบต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้สั่งการให้ติดตามการพิจารณาข้าราชการระดับสูงเป็นหลัก เนื่องจากมีอำนาจในการสั่งการ อย่างไรก็ตามขอชี้แจงว่าบุคคลที่มีรายชื่อทั้งหมดทั้งชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ยังไม่ถือว่ามีความผิด ยังไม่ลงโทษ แต่เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ในบัญชีล็อต 2 มีผู้เข้าข่ายอีก 10 คน ที่จะโดนโยกย้าย แต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งมีความคิดอาจจะประกาศรายชื่อให้ประชาชนรู้ในภายหลัง คาดว่าจะทำทันในรัฐบาลนี้ แต่กำลังคิดอยู่ว่าจะบอกรายชื่อทั้งหมดให้ประชาชนรับทราบ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะระบุไปด้วยหรือไม่ว่าผิดข้อหาใด
“ทั้งนี้ข้าราชการชุดที่ 2 มี 200 คน เราจะมาดูและคัดเลือกข้าราชการตั้งแต่ซี 8-11 อาทิ นายอำเภอ ผู้อำนวยการ หัวหน้าหน่วยต่าง ๆ จะใช้มาตรา 44 ส่วนที่ต่ำกว่าซี 8 ลงไปจะส่งชื่อให้กระทรวงพิจารณาจัดการกันเอง ผมเองจะต้องไปย้ำกับ 70 รายชื่อแรกที่ออกมาว่าคุณยังไม่มีความผิด ไม่ได้ย้าย เพียงแต่เอาออกมา แต่มั่นใจว่าตำแหน่งยังอยู่ ไม่มีใครหลุดจากตำแหน่งเดิมสักคน ระหว่างนั้นก็ให้คนไปรักษาการแทน และปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ 70 รายชื่อไป แต่รัฐบาลขอให้เร่งทำ ถ้าผิดจริงจะจัดการทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากแรงกว่านั้นคือพ้นจากตำแหน่งเลย แล้วตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทน แต่ถ้าไม่ผิดก็ว่าไปตามขั้นตอน หากผลสอบออกมาช้า นายกฯคิดว่าจะต้องจัดการเองในทางใดทางหนึ่ง” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวถึงการโยกย้ายนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า รายชื่อนายสุวัตรอยู่ในบัญชีที่ 1 แต่เราดึงออกมาความเป็นปลัดยังติดตัวอยู่ แต่บังเอิญว่าอธิบดีการการท่องเที่ยว รวมถึงตัวรองอธิบดีการท่องเที่ยว ก็อยู่ในข่ายเดียวกัน จึงกลายเป็นว่ามีผู้รักษาการเกือบทั้งกระทรวง ซึ่งไม่ดีแน่ เพราะจะทำให้กระทรวงฯเดินหน้าไม่ได้ ซึ่งก็คือเหตุผลที่ต้องนำนายสุวัตร ออกมาช่วยราชการก่อนเพื่อให้ตำแหน่งว่าง และจะได้มีการตั้งตัวจริงขึ้นมาทำงานต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าเจ้ากระทรวงจะตั้งหรือไม่รัฐบาลเพียงแต่เปิดทาง
ส่วนกรณีนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกอบจ.สมุทรปราการ ที่พ้นจากตำแหน่งชั่วคราวและไม่ได้รับเงินเดือนนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ข้าราชการท้องถิ่นต้องออกมาพักโดยไม่ได้ทำงาน แต่ตำแหน่งยังติดอยู่ซึ่งทางจังหวัดต้องตั้งคนใหม่ขึ้นมาทำงาน หากให้เงินเดือนทั้งนายชนม์สวัสดิ์ และข้าราชการคนใหม่ที่มาแทน จำนวนเงินของท้องถิ่นอาจไม่เพียงพอเนื่องจากการบริหารระดับท้องถิ่นบริหารงานคนละแบบกับข้าราชการ ท้องถิ่นต้องจ่ายเงินงบประมาณของท้องถิ่นเอง ทั้งนี้ไม่กังวลว่าจะถูกฟ้องกลับเพราะเป็นการออกตามคำสั่งมาตรา 44 จะฟ้องกลับมิได้ หากเป็นกฎหมายธรรมดาคงถูกฟ้องไปแล้ว
“ความผิดของข้าราชการล็อต 1 และ 2 เป็นความผิดก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพราะหลังจากยึดอำนาจ หน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมดก็ส่งรายชื่อมาให้รัฐบาลทันทีและหน่วยงานที่ตรวจสอบก็ใช้เวลานานในการตรวจสอบว่าผิดจริงหรือไม่ ถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ ส่วนความผิดหลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็น่าจะมีอีก”นายวิษณุ กล่าว





