"รองโฆษก รบ." เมินรายงานสิทธิมนุษยชนของสหรัฐ ชี้ใครประเมินไม่สำคัญเท่าสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ยันไม่ปล่อยให้อ้างเสรีภาพเพื่อปลุกปั่น
พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายงานประจำปีสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ซึ่งจัดทำโดยประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนหนึ่งในรายงานระบุว่า ไทยจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระดับรุนแรงว่า รายงานฉบับนี้ ถือเป็นมุมมองของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อสถานการณ์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก และถือเป็นหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาเองที่จะต้องอธิบายต่อชาวโลกว่าอาศัยข้อเท็จจริงใด หรือแหล่งข่าวจากกลุ่มใดจึงประเมินสถานการณ์ของแต่ละประเทศเช่นนั้น แต่ทั้งนี้ สิ่งที่ประเทศไทยให้ความสำคัญที่สุด คงไม่ใช่ผลการประเมินของใครหรือหน่วยงานใด แต่เราให้ความสำคัญกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศและการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขของประชาชนคนไทย ซึ่งนับแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายุติความขัดแย้ง และป้องกันการเผชิญหน้าของคนไทยด้วยกัน ประเทศไทยได้กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง คนไทยสามารถเดินทางไปทุกที่ได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัย ประเทศสามารถเดินหน้าพัฒนาได้ โดยไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในสังคม การแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยสุจริตสามารถกระทำได้โดยกว้างขวาง ผ่านทั้งศูนย์ดำรงธรรมที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผ่านทั้งเวทีปฏิรูปประเทศซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศมากกว่า 100 เวทีที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น หรือแม้แต่การส่งจดหมายข้อมูลมายังทำเนียบรัฐบาลโดยตรง
"ส่วนกลุ่มบุคคลที่อ้างคำว่าสิทธิเสรีภาพ เพื่อแสดงความเห็นที่หวังผลปลุกปั่นยั่วยุ มีพฤติกรรมแอบแฝง ทั้งทางการเมือง และผลประโยชน์อื่น ซึ่งอาจจะนำประเทศกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก รัฐบาลไม่สามารถยินยอมให้ดำเนินการได้ เพราะถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และละเมิดความสงบสุขของประเทศ” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว





