วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลื่อนอ่านอุทธรณ์คดี '6ตร.กาฬสินธุ์' ถูกฟ้องฆ่าแขวนคอ

เลื่อนอ่านอุทธรณ์คดี "6 ตำรวจกาฬสินธุ์" ถูกฟ้องฆ่าแขวนคอ หนุ่มผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ วัย 17 ปี เหตุมีจำเลยไม่ได้รับหมาย

ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 มิ.ย.58 เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3252/2552 คดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้ตาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 51 ปี , ด.ต.สุดธินัน โนนทิง อายุ 46 ปี , ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 45 ปี , พ.ต.ท.สำเภา อินดีอายุ 54 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ , พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลืออายุ 65 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิตอายุ 48 ปี อดีต รอง ผกก. สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เป็นจำเลยที่ 1- 6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลไม่ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 89, 90 , 91 , 119 , 200 , 283(4) จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.47 นายเกียรติศักดิ์ หรือ เอ็กซ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ขณะถูกนำตัวออกจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ถูกฆ่าด้วยการบีบรัดคอจนขาดอากาศหายใจ เมื่อเสีย ชีวิต มีการนำศพไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนา บ้านบึงโดน หมู่ที่ 5 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด

โดยวันนี้ จำเลยที่ 1,2,4,5,6 เดินทางมาศาลพร้อมทนายความและนายประกัน

ขณะที่ ด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีนายประกันจำเลยที่ 3 ที่เดินทางมาและแถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อจำเลยที่ 3 ได้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะมีการโยกย้ายมาปฏิบัติหน้า ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้ว จึงนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้งในวันที่ 23 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.โดยให้ส่งหมายเรียกไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบเพื่อมาฟังคำพิพากษาตามวันนัด ขณะที่ศาลได้กำชับให้นายประกัน ติดตามด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 3 มาศาลในวันนัดดังกล่าวด้วย ไม่เช่นนั้นจะพิจารณาปรับนายประกันต่อไป

ขณะที่นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมาศาลในวันนี้ด้วยเพื่อรอฟังผลพิพากษา ได้กล่าวว่า คดีนี้ทั้งโจทก์ – จำเลย ยื่นอุทธรณ์ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ ตนได้ต่อสู้และเรียกร้องต่อกระบวนการยุติธรรมมาตลอด แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิในการคุ้มครองพยาน ขณะที่จำเลยได้รับการประกันตัวทั้งที่มีโทษสูงถึงประหารชีวิต  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ให้ประหารชีวิต ด.ต.อังคาร คำมูลนา , ด.ต.สุดธินัน โนนทิง , ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ จำเลยที่ 1-3ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย

และจำคุก 7 ปี พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือจำเลยที่ 5 ฐานกระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ ขณะที่ให้จำคุกตลอดชีวิต พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต จำเลยที่ 6 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้ยกฟ้อง พ.ต.ท.สำเภา อินดี จำเลยที่ 4

โดยเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งห้าที่ถูกตัดสิน ได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว ซึ่งศาลตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขกำหนดเดินทางออกนอกประเทศ  

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบาย ปราบปรามยาเสพติดอย่าง เด็ดขาด ขณะที่นางพิกุล พรหมจันทร์อาของผู้ตาย ได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาฬสินธุ์ และได้มีการร้องเรียน ขอให้พิจารณาโอนคดีเข้าเป็นคดีพิเศษ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)