เลื่อนอ่านอุทธรณ์คดี "6 ตำรวจกาฬสินธุ์" ถูกฟ้องฆ่าแขวนคอ หนุ่มผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ วัย 17 ปี เหตุมีจำเลยไม่ได้รับหมาย
ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 มิ.ย.58 เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3252/2552 คดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้ตาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 51 ปี , ด.ต.สุดธินัน โนนทิง อายุ 46 ปี , ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 45 ปี , พ.ต.ท.สำเภา อินดีอายุ 54 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ , พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลืออายุ 65 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิตอายุ 48 ปี อดีต รอง ผกก. สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เป็นจำเลยที่ 1- 6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลไม่ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 89, 90 , 91 , 119 , 200 , 283(4) จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.47 นายเกียรติศักดิ์ หรือ เอ็กซ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ขณะถูกนำตัวออกจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ถูกฆ่าด้วยการบีบรัดคอจนขาดอากาศหายใจ เมื่อเสีย ชีวิต มีการนำศพไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนา บ้านบึงโดน หมู่ที่ 5 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด
โดยวันนี้ จำเลยที่ 1,2,4,5,6 เดินทางมาศาลพร้อมทนายความและนายประกัน
ขณะที่ ด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีนายประกันจำเลยที่ 3 ที่เดินทางมาและแถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อจำเลยที่ 3 ได้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะมีการโยกย้ายมาปฏิบัติหน้า ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้ว จึงนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้งในวันที่ 23 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.โดยให้ส่งหมายเรียกไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบเพื่อมาฟังคำพิพากษาตามวันนัด ขณะที่ศาลได้กำชับให้นายประกัน ติดตามด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 3 มาศาลในวันนัดดังกล่าวด้วย ไม่เช่นนั้นจะพิจารณาปรับนายประกันต่อไป
ขณะที่นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมาศาลในวันนี้ด้วยเพื่อรอฟังผลพิพากษา ได้กล่าวว่า คดีนี้ทั้งโจทก์ – จำเลย ยื่นอุทธรณ์ โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ ตนได้ต่อสู้และเรียกร้องต่อกระบวนการยุติธรรมมาตลอด แต่ก็ไม่ได้รับสิทธิในการคุ้มครองพยาน ขณะที่จำเลยได้รับการประกันตัวทั้งที่มีโทษสูงถึงประหารชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.55 ให้ประหารชีวิต ด.ต.อังคาร คำมูลนา , ด.ต.สุดธินัน โนนทิง , ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ จำเลยที่ 1-3ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย
และจำคุก 7 ปี พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือจำเลยที่ 5 ฐานกระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ ขณะที่ให้จำคุกตลอดชีวิต พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต จำเลยที่ 6 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้ยกฟ้อง พ.ต.ท.สำเภา อินดี จำเลยที่ 4
โดยเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งห้าที่ถูกตัดสิน ได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว ซึ่งศาลตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขกำหนดเดินทางออกนอกประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบาย ปราบปรามยาเสพติดอย่าง เด็ดขาด ขณะที่นางพิกุล พรหมจันทร์อาของผู้ตาย ได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาฬสินธุ์ และได้มีการร้องเรียน ขอให้พิจารณาโอนคดีเข้าเป็นคดีพิเศษ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)





