คาดกำไรสุทธิ 2Q58 แข็งแกร่งต่อเนื่อง
ค่าการกลั่นอ่อนตัว ฉุดกำไรธุรกิจหลัก
ค่าการกลั่น 2Q58 อ่อนตัวตามฤดูกาล โดยราคาดว่าบริษัทจะมีค่าการกลั่นพื้นฐาน (Market GRM) อยู่ที่ 7.3 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 18%QoQ เนื่องจาก (1) ค่าการกลั่นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักได้แก่น้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินลดลง 14%และ 20%QoQตามลำดับ แม้ค่าการกลั่นน้ำมันเบนซีนปรับเพิ่ม 26%QoQ เนื่องจากมี Demand จาก Driving Season ในสหรัฐฯ แต่สัดส่วนการผลิตน้ำมันเบนซีนมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่สัดส่วนการผลิตกว่า 30% ของกำลังกลั่นรวม และ(2) ต้นทุนกลั่นที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่ม ทำให้ Fuel loss ในกระบวนการกลั่น รวมไปถึง Murban Crude Premium ปรับเพิ่ม ขณะที่บริษัทยังคงกำลังการกลั่นไว้เท่าเดิมที่ 105%
ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัว
คาดผลประกอบกลุ่มอะโรเมติกส์จะสามารถกลับมาสู่ระดับคุ้มทุน พลิกจากผลขาดทุน 742 ล้านบาท ใน 1Q58 ที่ผ่านมา แม้ภาพรวมธุรกิจยังมีความเสี่ยงจากปัญหาอุปทานส่วนเกิน แต่เหตุเพลิงไหม้โรงงานอะโรเมติกส์ในเมืองจีนที่เกิดขึ้นในช่วงต้น 2Q58 ลดความกังวลต่อปัญหาอุปทานในระยะสั้น โดยปัจจุบันส่วนต่างราคาเบนซีนอยู่ที่ 115 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 14%QoQเพียงพอเชยเชยส่วนต่างราคาพาราไซลีนที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย รวมทั้งได้ประโยชน์จากต้นทุนผลิตที่ลดลง ทำให้เราคาดว่าส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ (Product to feed margin) จะปรับเพิ่มจาก 11 เหรียญต่อตัน ใน 1Q58
คาดกำไรสุทธิ 2Q58 ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง
เบื้องต้นเราคาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิ 2Q58 ไม่น้อยกว่า 4 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ 1Q58 อยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท แม้กลุ่มธุรกิจการกลั่นที่เป็นธุรกิจหลักจะได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ลดลงตามฤดูกาล แต่ผลประกอบการจากกลุ่มปิโตรเคมีฟื้นตัว โดยเฉพาะจากกลุ่มอะโรเมติกส์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มจะทำให้ TOP กลับมามี Stock Gain ไม่น้อยกว่า 2 เหรียญต่อบาร์เรล เพียงพอชดเชยค่าการกลั่นที่อ่อนตัว และผลขาดทุนจาดอัตราแลกเปลี่ยนอีก 900 ล้านบาท ตามทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
ยังคงแนะนำ “เก็งกำไร”
ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ Upside ของราคาหุ้นเริ่มจำกัด อย่างไรก็ตามระยะสั้น เราเชื่อว่าราคาหุ้นจะยังคงตอบรับเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q58 ที่คาดว่าจะออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทำให้เรายังคงแนะนำ “เก็งกำไร” เช่นเดิม ด้วยมูลค่าเหมาะสม 60 บาท





