"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยธ. เปิดใจโต้หนุน "กาสิโน" ระบุสัมพันธ์กับ "พล.ต.อ.สมยศ" เพื่อนก็ส่วนเพื่อน แนะให้ดูฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่าง
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 MHz กรณีที่นายสิระ เจนจาคะ สปช. ด้านสังคม ออกมาระบุว่า มี นายทหารยศ “พลเอก” คนหนึ่ง มีใบสั่งให้ สปช. ออกมาสนับสนุนการเปิดบ่อนคาสิโนเพื่อแลกกับการไปนั่งในตำแหน่งสภาขับเคลื่อนฯและให้ทุนหนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่า ท่านนายกฯสั่งห้ามพูด ทุกคนยุติหมด ไม่อยากจะพูดเพราะโดนสั่งห้าม ทั้งนี้วานนี้ (24 มิ.ย.) ตนได้คุยกับนักข่าวว่า ทางเศรษฐกิจเขาบอกว่าไม่เกี่ยว และไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว
“ผมก็เป็นกลางนะ นายกฯพูดแล้วว่าให้หยุดพูด มันไม่ใช่เวลา มันเป็นเวลาที่ต้องพูดเรื่องปัญหาแล้ง ข้าวส่งไม่ได้ น้ำไม่มี ปัญหายังมีอีกเยอะ เรื่องรัฐธรรมนูญอีก เรื่องนี้มันต้องยกปัญหาเรื่องพวกนี้ขึ้นมาไม่ใช่หรือ อย่าให้เป็นการโต้ไปโต้มาเลย ให้พูดเรื่องดีๆบ้าง” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ก็บอกไปแล้วว่ามันต้องยอมรับความจริงว่ามีคนไทยไปเล่นจริง ยอมรับความจริงว่าต่างประเทศมี ตนไม่เถียงใคร แต่คนที่รับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจบอกว่า มันไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น การท่องเที่ยวก็บอกแล้วว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องความสวยงามของเมืองไทย ตอนนี้มันก็อยู่ที่ว่า เราต้องการอะไรจากสิ่งนี้ ลึกๆต้องการอะไร ซึ่งตนก็ไม่เคยเข้ากาสิโน ก็ไม่มีความรู้ว่าการควบคุมมันดีหรือไม่ดี ทำได้ไม่ได้ ประเทศไทยเคยทำแล้วก็เลิกเพราะมันควบคุมไม่ได้ นั่นแสดงว่าระบบการควบคุมมันล้มเหลว เรื่องนี้มันต้องพูดกันยาว จะมาพูดกันวันนี้แล้วเอา มันคงไม่ได้
“ประเทศเพื่อนบ้านก็มีตัวอย่าง เมื่อวานผมได้ทราบข่าวว่าฟิลิปินส์ก็อยากจะทำอย่างนี้ อยากจะดูดเงินต่างประเทศ กลายเป็นว่าคนฟิลิปินส์เล่นทั้งบ่อน มันเป็นอย่างนี้ ดังนั้นคนที่คิดเรื่องนี้ต้องคิดให้จบ คุณจะคุมอย่างไร ซึ่งมันจะคุยกันแค่นี้ไม่ได้หรอกว่าจะตั้งไม่ตั้ง มันเป็นความจริงอยู่แล้วว่าคนไทยไปเล่น มันไม่มีใครเถียง มันไม่มีใครเถียงว่ารอบบ้านเรามีการสร้าง ไม่มีใครเถียงว่ามีคนออกไปเล่น ไม่มีใครเถียงว่ามีการเปิดบ่อนการพนันในประเทศไทย แต่ถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่จัดการ มีคนเถียงไหม มีคนเถียงแล้วว่านี่แค่การท่องเที่ยวไม่เกี่ยว มีคนเถียงแล้วว่านี่เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ มีคนบอกว่าเคยเปิดแล้วเปิดไม่ได้ มีคนเคยพูดว่าฟิลิปปินส์เขาก็เจ๊งไปแล้วนะ เพราะคนในประเทศเล่นกันเอง นั่นคือสิ่งที่คนคิดจะต้องเคลียร์ให้ชัดว่า ความจริงที่พูดมันสามารถควบคุมและเกิดประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติ ได้จริงหรือไม่ หรือเกิดเฉพาะองค์กรของท่านอย่างเดียว นี่เป็นความคิดของผมนะ พูดกลางที่สุดแล้ว ผมเข้าใจเพราะมันก็สืบเนื่องกับองค์กรด้วย” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ได้โทรศัพท์ถามพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อนท่านหรือไม่ว่าทำไมถึงออกมารับกระสุนเรื่องกาสิโน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ผมไม่เคยถาม ไม่เคยสัมภาษณ์ฝ่ายใคร ผมไม่เคยบอกว่าความเห็นที่ดีจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ต่างคนต่างคิดเพียงแค่ผมไม่เคยคิดดังๆให้ใครรู้ แค่นี้ยังแก้ปัญหาบ้านเมืองของเราที่หมักหมมเต็มไปหมด ผมก็หนักใจ ทุกวันนี้ปัญหายังเยอะ คิดว่าทุกคนต้องช่วยกัน อย่างวันที่ 24 มิ.ย. จะมาเดินชูป้าย คิดให้ดีก่อนไหม ประชาชนก็ต้องช่วยกันดูนะ อยากให้ประชาชนช่วยกันไม่ใช่ให้แค่ คสช.หรือนายกฯทำงาน พวกผมก็ทำเต็มที่ไม่ใช่แค่พูด อะไรที่ต้องรับผิดชอบก็ต้องรับผิดชอบ เราก็ทำกันท่านก็เห็น แต่คนที่จะช่วยเราได้มากที่สุดคือพี่น้องประชาชน”
เมื่อถามว่าที่ประชาชนเข้าใจว่าพล.ต.อ.สมยศเพื่อนของท่านรัฐมนตรีอยู่ๆก็มาเปิดประเด็นเรื่องกาสิโน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวตัดบท “อย่าเอามาโยงกัน ห้ามโยงมันไม่ใช่ เพื่อนก็เพื่อนสิ”
เมื่อถามต่อว่ากรณีที่มีสายตรงหลวงปู่พุทธะอิสระที่คัดค้านเรื่องกาสิโนออกมาบอกว่ามี พล.อ. รับเงินหมื่นล้านจัดตั้งกาสิโน พล.อ.ไพบูลย์ ตอบว่า ท่านนายกฯก็บอกแล้วว่าคนพูดต้องเอาหลักฐานมา ถ้าบอกว่าพลเอก ตนก็พลเอกนี่ รองนายกฯก็พลเอก ตนไม่ได้ตำหนิ แต่เดี๋ยวท่านจะเอาตนไปโยงกับกลุ่มนู้นกลุ่มนี้ ตนขอพูดต่อจากท่านนายกฯ พวกเราคือฝ่ายบริหาร พวกเราก็มีหลักใหญ่ เราขอเรียนเลยว่าใครก็ตามที่กระทำตามกฎหมายนั้นไม่ผิด
“ยืนยันว่าท่านนายกฯสั่งให้ทำตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพราะฉะนั้นการพูดลอยๆ มันไม่ชัดและนำไปสู่การแตกแยกที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ นี่คือการพูดถึงภาพรวม ไม่ได้ว่าใคร ถ้าพูดไม่ได้ก็ทำเอกสารมาส่งท่านนายกฯโดยตรงก็ได้ ผมรู้ว่าถ้าท่านพูดชัดท่านจะอันตรายผมเข้าใจ รัฐบาลก็มีช่องทางให้พูดเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องอื่นด้วย เรามีช่องทางที่บอกฝ่ายบริหารได้ก็บอก อย่าไปพูดแล้วกระทบคนอื่น สิ่งที่จะปฏิรูปกัน ทุกคนก็ตั้งใจปฏิรูป แต่เราเองก็กลับไปสร้างความไม่เรียบร้อย มันไม่ได้ ต้องระมัดระวัง ผมเองก็ต้องระวังไม่ใช่ว่าผมไม่เคยผิด ผมก็เคยผิดบางทีเราให้สัมภาษณ์แล้วนึกได้ว่ามันไม่ใช่ มันไปกระทบกระเทือนเรื่องจิตใจของคนอื่นอื่นเขา แต่มันก็เริ่มดี นั้นแหละคือตาสับปะรดที่เราต้องการ การสอดส่อง ต้องการให้ช่วยกันดูคนละไม้คนละมือมันถูกต้องแล้ว บอกมาเลย พลเอกชื่อ... ไม่กล้าพูดก็มีหลักฐานมา อย่างนี้ผมว่าแก้ปัญหาได้ ถ้าพูดลอยๆแล้วเกิดความขัดแย้งมันแก้ไม่ได้หรอก” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
เมื่อถามว่า เข้าใจว่าคนที่ออกมาพูดต้องการที่จะตีหัวเข้าบ้านเพื่อเสริมแรง เสริมประเด็นในการคัดค้านกาสิโน รมว.ยุติธรรม พูดเสริมว่า กรณีนี้ทุกคนได้ประโยชน์แต่ว่ามันไม่ถูก เพราะการทำต้องไม่กระทบคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้มันก็เป็นประเด็นอยู่
เมื่อถามต่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะแสดงท่าทีไหมว่าพลเอกนั้นไม่ใช่ ไม่มี ไม่เกี่ยวกับ คสช. พล.อ.ไพบูลย์ ตอบว่า ไม่ทราบ ถ้าบอกว่าไม่เกี่ยวแสดงว่ารู้ คำตอบมันอยู่ในตัว
เมื่อถามย้ำว่า คสช.ควรให้ความเห็นบ้างในกรณีนี้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ต้องไปเรียนหัวหน้าคสช. ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้มีประโยชน์ทั้งหมด การสอดส่องจากประชาชนทุกกลุ่มมีประโยชน์ ขอบคุณทุกกลุ่มออกมาแสดงความเห็น แต่บางเรื่องที่ที่กล่าวออกมาแล้วทำให้พวกผมทำงานยาก กราบเรียนเถอะ มันมีช่องทางมาที่ผมก็ได้ เพราะรับผิดชอบฝ่ายกฎหมาย แล้วเราจะได้ตรวจสอบสักที ผมทราบว่าอันตราย เพราะพูดกับประชาชนเสมอว่าผมรู้ว่าประชาชนพูดดังไม่ได้และผมก็ปกป้องประชาชนทุกคนไม่ได้ จึงต้องมีช่องทางให้เขาพูด”




