สปช.ระดมความเห็นเพื่อกำหนดทิศทาง-เคลียร์งานปฏิรูปให้เสร็จ "เทียนฉาย"ลั่นภูมิใจงานปฏิรูป ด้าน"บวรศักดิ์"ย้ำขยายเวลายกร่างรธน. ออกไปอีก30 วัน
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีงานสัมมนา เรื่อง สานใจปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อเป็นการระดมความเห็นและทิศทางสำหรับงานปฏิรูปของสมาชิกสปช. โดยสมาชิกสปช. ที่เข้าร่วมประมาณ 180 คน จากจำนวนสมาชิกที่มีทั้งสิ้น 249 คน อาทิ นายเทียนฉาย กีรนันทน์ ประธานสปช. , นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. คนที่หนึ่ง, น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่สอง , นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. ฐานะเลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสปช. (วิปฯ สปช.) นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สปช. ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง, นายไพโรจน์ พรหมสาสน์ สปช. เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการสัมมนาดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสปช. แจ้งงดสื่อมวลชนและช่างภาพเข้าไปติดตามบรรยากาศและผลการสัมมนาภายในห้องประชุม แต่อนุญาตให้เพียงบันทึกภาพเพื่อนำไปเผยแพร่เท่านั้น สำหรับการจัดงานดังกล่าวได้วางลำดับไว้ในช่วงแรกจะเป็นการพูดแบบเปิดใจของ ประธานสปช. และรองประธานสปช. จำนวน2คน โดยนายเทียนฉาย กล่าวปลุกใจสมาชิกสปช. ให้ร่วมทำงานภายใต้ระยะเวลาทำงานที่เหลือเพียง74วันตอนหนึ่งว่าตนภาคภูมิใจที่สมาชิกสปช. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและเดินหน้างานปฏิรูปแต่ละด้านที่สำคัญตามโร้ดแม็พที่ได้ระดมความเห็นกันมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือจากนี้ต้องร่วมมือและร่วมแรงในการขับเคลื่อนผลงานปฏิรูปที่เหลือให้สำเร็จเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลได้พิจารณาต่อไป ส่วนรัฐบาลจะรับไปดำเนินการสานต่อหรือไม่ ไม่สามารถกำหนดได้ แต่ขอให้ทำงานให้เต็มที่
ขณะที่นายบวรศักดิ์ กล่าวในฐานะเป็นประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอนหนึ่งว่าสำหรับงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจากนี้คือการพิจารณาและปรับปรุงเนื้อหาตามที่สปช. ได้นำเสนอเป็นคำขอแก้ไขมา อย่างไรก็ตามการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อสรุปประเด็นสำคัญแล้วว่าจะขยายเวลาทำงานออกไปอีก30วันตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557ที่แก้ไขเพิ่มเติมให้อำนาจกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญขอขยายเวลาทำงานได้ โดยมีเหตุผลสำคัญ2ประการ คือ1.เพื่อให้สปช. ได้มีเวลาทำงานเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่จะสิ้นสุดวาระในวันที่ลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ2.เพื่อให้มีเวลาในการทบทวนเนื้อหาและจะเปิดโอกาสให้สปช. ที่เสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้ารับฟังเหตุผลและรายละเอียดของการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในการสัมมนา จะมีช่วงที่ระดมความเห็นเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อบูรณาการงานปฏิรูป ใน7ประเด็น ได้แก่1.ปฏิรูปกลไกภาครัฐ การบริหารราชการแผ่นดิน ในเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือท้องถิ่นจัดการตนเอง,2.ปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เหมาะสมกับสังคมไทย ในเรื่อง ระบบการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นธรรม3.ปฏิรูปการมีกฎฆมายและใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ในเรื่องกิจการตำรวจ4.ปฏิรูประบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ในเรื่องโครงสร้างระบบภาษีอากร, เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน อาทิ สวัสดิการชุมชน เอกสารสิทธิชุมชน ธนาคารที่ดิน เป็นต้น5.ปฏิรูปกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น6.ปฏิรูประบบรองรับอนาคตประเทศไทย ในเรื่อง สังคมสูงวัยที่จะมาเร็วและแรง, ความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก และ7.ปฏิรูปเพื่อสร้าง คนไทยยุคใหม่ โดยจะเป็นการบูรณษการงานด้านการศึกษา, ศาสนา, ศิลปวัฒนธรรมและสื่อสารมวลชนเข้าด้วยกัน





