วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ร่างรธน.เผยตั้งเป้าพิจารณาให้เสร็จวันละ 14 มาตรา

โฆษกกมธ.ร่างรธน.เผยตั้งเป้าพิจารณารายมาตราให้เสร็จวันละ 14 มาตรา กำหนดปฏิทินให้เสร็จ 22 ส.ค.

น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอแนะและความเห็นของภาคส่วนต่างๆ ว่าในวันที่ 25มิ.ย. จะพิจารณารายละเอียดเป็นรายมาตรา โดยเริ่มพิจารณาตั้งแต่มาตรา1และเรียงตามลำดับมาตราไปจนถึงมาตราสุดท้าย เบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะพิจารณาปรับปรุงรายมาตราให้ได้14 มาตราต่อวัน ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการจนถึงวันที่ 22 ส.ค.นี้ ส่วนระยะเวลาที่เหลือนั้นจะใช้ทบทวนเนื้อหา สำหรับการพิจารณารายมาตรานั้นเชื่อว่าจะทำได้ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเมื่อ2สัปดาห์ที่ผ่านมาทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลาหารือหรือสนทนาธรรมในประเด็นสำคัญและบางประเด็นความเห็นได้ตกผลึกร่วมกันแล้ว

อาทิ ตัดกลุ่มการเมืองออกจากร่างรัฐธรรมนูญ, ปรับการให้สิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อที่ต้องการให้เป็นส.ส.ได้ (โอเพ่นลิสต์) ไปไว้ในบทเฉพาะกาล, การปรับจำนวนส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง จากเดิม250 คนเป็น 300คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จาก200 คนเป็น150 คน รวมถึงปรับให้การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อนั้นใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แทนการแยกเป็น6บัญชี เป็นต้น ซึ่งประเด็นที่ตกผลึกแล้ว ฝ่ายเลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นำไปปรับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในมาตราที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้นการประชุมของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงนำการปรับแก้ไขมาพิจารณาความถูกต้องและปรับถ้อยคำให้เหมาะสมเท่านั้น ขณะที่บางมาตราที่ไม่มีผู้เสนอแก้ไขทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่าควรนำมาพิจารณาเช่นกัน แต่จะเป็นเพียงการพิจารณาถ้อยคำหรือปรับถ้อยคำเพื่อความเหมาะสมเท่านั้น  

น.ส.สุภัทรา กล่าวด้วยว่า จากการพิจารณาประเด็นสำคัญยังมีหลายประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อาทิ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่มีข้อเสนอหลากหลาย เช่น ปรับให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด, ให้มาจากการสรรหา , หมวดปฏิรูปและปรองดอง รวมถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติซึ่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะนำไปหารือกันอีกครั้งเมื่อถึงวาระของการพิจารณารายมาตรา  

รายงานข่าวจากที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยด้วยว่าสำหรับประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีข้อสรุปและต้องนำไปพิจารณาหรือถกเถียงกันช่วงของการพิจารณาเป็นรายมาตรา ได้แก่ มาตรา 181, มาตรา182 ว่าด้วยกรณีที่ให้สิทธินายกรัฐมนตรีขอความไว้วางใจต่อรัฐสภาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญ,ที่มาของส.ว., ที่มาของนายกฯ ซึ่งมีประเด็นพิจารณาในส่วนของบุคคลที่ไม่ได้เป็นส.ส.หรือไม่ผ่านการเลือกตั้ง, หมวดปฏิรูปด้านต่างๆ ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะยุบ ย่อ หรือปรับเนื้อหาเป็นเช่นไร แม้จะมีข้อเสนอส่วนใหญ่ให้ตัดรายละเอียดแล้วนำไปกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป เนื่องจากที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกังวลในรายละเอียดที่จะบัญญัติ

รวมถึงความพอใจหรือไม่พอใจของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ฐานะผู้เสนอมาตราที่เกี่ยวกับการปฏิรูปทั้งหมด เบื้องต้นมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอว่าให้นำรายละเอียด กลไกการทำงานไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำและกำหนดให้แล้วเสร็จพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจะนำเสนอเป็นร่างกฎหมายที่เสนอประกบคู่ไปกับร่างรัฐธรรมนูญให้สปช. พิจารณาในคราวเดียวกัน,​ กรรมการสรรหาบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ที่มีข้อเสนอให้เพิ่มสัดส่วนกรรมการสรรหาที่มาจากภาคประชาชนด้วย, สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ, กรรมการยุทธศาสตร์ชาติและกรรมการปรองดอง  

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับการหารือประเด็นสำคัญในส่วนของบทเฉพาะกาลนั้น มีผู้เสนอให้ทบทวนการกำหนดบทบัญญัติที่ว่าด้วยการนิรโทษกรรมให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยโดยให้ปรับบทบัญญัติที่ไม่ใช่เป็นการเหมารวมทุกกรณีของคณะรัฐประหาร แต่เป็นกรณีที่สำคัญ​รวมถึงมีผู้เสนอให้พิจารณาบทว่าด้วยการตั้งรัฐบาลเพื่อความปรองดองหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ด้วย แต่ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ เบื้องต้นคาดว่าจะนำรายละเอียดไปหารือช่วงของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานอกสถานที่ช่วงเดือนก.ค.นี้