วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯ เตรียมแก้รายมาตรา25มิ.ย.

“คำนูณ” เผย “กมธ.ยกร่างฯ” เตรียม แก้รายมาตรา 25 มิ.ย. ยัน ไม่ถอยจนเสียเจตนารมณ์

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า ในขณะนี้ได้พิจารณาเป็นรายประเด็นแล้วแต่ยังไม่มีบทสรุปชัดเจน โดยคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จก่อนวันพุธที่ 24 มิ.ย.58 เพราะในวันดังกล่าวกรรมาธิการยกร่างฯซึ่งเป็นสปช. 21 คนจะต้องไปร่วมงานสัมมนา ที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจัดขึ้นด้วย จึงคิดว่าการพิจารณารายมาตราน่าจะเริ่มต้นได้ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. 58 

นายคำนูณ กล่าวถึงประเด็นที่มีการปรับปรุงแก้ไขว่า โดยสังเขปแล้วจะยังคงระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมเพียงแต่ปรับเปลี่ยนส.ส.เขตจาก 250 เป็น 300 ส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 200 เหลือ 50 และให้มีบัญชีเดียว ส่วนระบบโอเพ่นลิสต์จะชะลอไว้อาจเขียนในบทเฉพาะกาลว่าจะใช้ต่อเมื่อมีการลงคะแนนแบบอิเล็คทรอนิกส์แล้ว แต่ยังคงหลักการเรื่องนายกคนนอกฯเหมือนเดิม คือใช้เสียง2ใน3และจะปรับปรุงจากเดิมที่เขียนว่า ถ้าพ้น 30 วันแล้วให้เสียงข้างมากเป็นถ้าเป็นนายกคนนอกยังต้องใช้เสียงสองในสามเหมือนเดิม 

 “เวลาถอยก็บอกถอยกรูด ไม่แก้ก็บอกเสียงแข็งไม่ฟังคนอื่น เป็นมุมมองที่มีสิทธิที่จะทำได้ แต่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ออกมาขอให้รอดูร่างสุดท้ายก่อน ส่วนภาค 4 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปว่าจะบัญญัติทุกด้านหรือเอาไปไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็น่าสนใจที่ให้ยุบคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดอง มารวมกับกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและเสริมสร้างความปรองดอง และให้รายละเอียดทั้งหมดไปอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยต้องพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ว่าจะคงอำนาจหน้าที่เหมือนที่เคยบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไปใส่ไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแทนหรือไม่ เพื่อให้มีการอ่อนตัวและปรับแก้ได้ง่ายกว่าการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ”  

ส่วนกรณีที่ รัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ให้ยุบ สภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วตั้งสภาขับเคลื่อนฯแทนนั้น นายคำนูณ กล่าวว่า เป็นเรื่องใหม่ ยังไม่ทราบว่าจะซ้ำซ้อนกับที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่เพราะใช้ชื่อเดียวกันแต่จำนวนไม่เท่ากันเพราะร่างรัฐธรรมนูญกำหนด 120 แต่ ขณะนี้กำหนด 200 คน ระยะเวลาการทำงานไม่เท่ากัน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็อาจต้องมาดูว่าสภาขับเคลื่อนที่ตั้งขึ้นใหม่จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ คาดว่าน่าจะประมาณหนึ่งปีจนถึงมีรัฐบาลใหม่ แต่ในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดวาระ 5 ปี ความเห็นส่วนตัวคิดว่า สภาขับเคลื่อนฯที่นายกฯจะตั้งน่าจะแยกออกจากสภาขับเคลื่อนฯที่จะกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 “กระแสคว่ำรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เกินจุดที่กรรมาธิการฯจะหวั่นไหวหรือกดดันแล้ว ค่อนข้างสบายใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นำคำขอแก้ไขทุกคำขอ ฟังทุกเสียงมาพิจารณาตกผลึกในร่างสุดท้ายไม่เกิน 22 สิงหาคม 2558 ซึ่งการปรับแก้ก็ยังต้องคงเจตนารมณ์ ของร่างรัฐธรรมนูญโดยให้ออกมาเป็นที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย เช่นมาตรา 181 กรรมาธิการฯก็ปรับแก้วรรค3วรรค4ให้นายกเสนอไว้วางใจได้แต่ไม่ตัดสิทธิฝ่ายค้านเสนออภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมนั้น และยอมตัดทิ้งมาตรา 182 ทั้งหมดโดยไม่มีการปรับแก้”นายคำนูณ กล่าว 

นายคำนูณ กล่าวถึง แผนการทำงานของกรรมาธิการฯที่จะไปประชุมในต่างจังหวัดว่า มีการเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมปลายมิถุนายน ขยับออกไปเป็นช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม แต่ยังไม่กำหนดสถานที่ชัดเจน โดยพยายามทำให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อที่ในช่วงสิงหาคมจะได้เชิญผู้ขอแก้ไขทั้งหมด มารับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับการปรับแก้ว่ามีเหตุผลอย่างไร น่าจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นก็ทบทวนร่างอย่างละเอียดจัดทำเอกสารประกอบ เพราะไม่มีโอกาสแก้ไขอีกแล้วหลังจากวันที่ 22 สิงหาคมนี้