วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฆ่าโหดทหารรักษาความสงบอ่างทอง

ฆ่าโหดทหารรักษาความสงบอ่างทอง พร้อมภรรยากลางกระท่อมกลางนา

ร.ต.ท.ทองคำ โพธิ์ใหญ่ ร้อยเวรสภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งพบศพมีคนถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ภายในกระท่อมกลางนา เหตุเกิดหมู่ที่ 2 ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จว.อ่างทอง พ.ต.อ.ชูเดช กองกันภัย รองผบก.ภ.จว.อ่างทอง พ.ต.ท.นฤดม มารศรี สว.หน.สภ.บางจัก เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการภ.จว.อ่างทอง แพทย์เวรโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญ เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลวิเศษชัยชาญและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งจุดบางจัก

ในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในมุ้งบนที่นอน ในกระท่อมจำนวนสองคน ทราบชื่อต่อมาคือ จ.ส.อ.สุรศักดิ์ เกิดทรัพย์ อายุ 58 ปี ทหารสังกัด ป.1 รอ. จังหวัดลพบุรี ในสภาพนอนหงายห่มด้วยผ้าขนหนู ถูกยิงเข้าที่แก้มซ้ายทะลุท้ายทอย และนางอรุณ เกิดทรัพย์ อายุ 52 ปี ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 8 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า ทับร่างของสามีโดยใส่เสื้อคอกะเช้า นุ่งผ้าถุงลายดอกสีชมพู ถูกยิงเข้าที่คอทะลุหัวไหล่ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรูกระสุนปืนไม่ทราบชนิดที่มุ้งจำนวน 3 รู

จากการสอบสวน นางวิราวรรณ ขยาย อายุ 47 ปี น้องสาว นางอรุณ อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 8 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนเป็นคนมาเห็นศพเป็นคนแรกเพราะตนกับหลานได้ขับรถมาหาผู้ตายทั้ง 2 คน เนื่องจากจะมาเอาซองไปช่วยงานบวชที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งผู้ตายรับปากว่า จะนำซองไปให้ ตนก็พยายามโทรหา แต่ไม่มีใครรับจึงตัดสินใจมาหาเอง พอมาหาก็เจอพี่สาวและพี่เขยถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับพี่เขยคือ จ.ส.อ.สุรศักดิ์นั้น ก่อนหน้านี้ได้มาประจำอยู่ที่ อำเภอวิเศษชัยชาญเพื่อรักษาความสงบเรียนร้อย ตามคำของคสช.และกำลังจะได้รับการพิจารณาให้เออรี่จากราชการเดือนกันยายนนี้ ปกติทุกคืนพี่เขยและพี่สาวจะมานอนเฝ้านาอยู่ทุกคืน และเช้าจะกลับเข้าบ้าน เพื่อไปซื้อกับข้าวและหาลูกชาย สำหรับสาเหตุนั้น ตนก็ไม่รู้เลยว่า มีปัญหาอะไรกับใคร จึงมาถูกยิงเสียชีวิต

พล.ต.ต.สุคุณ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ระดมกำลังชุดสืบสวนของภ.จว.อ่างทอง และชุดสืบสวนของสภ.บางจัก เร่งหาสาเหตุและข้อมูลของผู้เสียชีวิต ในเบื้องต้นสันนิฐานว่า น่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า สร้อยคอทองคำ พร้อมพระเลี่ยมทอง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สปาค ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ส่วนอาวุธปืนกำลังตรวจสอบอยู่ว่า ผู้ตายพกปืนมาด้วยหรือเปล่า ส่วนจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์อำพรางคดี หรือไม่ ต้องรอการสืบสวนอย่างชัดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุคุณ ระบุอีกว่า ระหว่างที่ผู้ตายทำหน้าที่รักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ อาจจะทำให้ใครไม่พอใจหรือไม่ ขณะนี้ได้ส่งศพไปทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาวิถีกระสุนและชนิดของกระสุนแล้ว สำหรับลักษณะการยิงนั้น คาดว่า คนร้ายน่าจะมาไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยจ่อยิงจากนอกกระท่อมด้านซ้าย ผ่านซี่ไม้ของฝากระท่อม จากนั้นก็ไปค้นทรัพย์สินและออกมาปิดประตูกระท่อม โดยใช้ยางรถยนต์มัดประตูด้านนอกอีกด้วย