“ยงยุทธ”เผยประชาชนอย่าตื่นตระหนก ชี้ รัฐบาลมีมาตรการที่ดีรองรับหลัง พบผู้ติดเชื้อ “เมอร์ส” รายแรกในไทย
นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพบผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส รายแรกในประเทศไทย ว่า เราต้องทราบความก้าวหน้าล่าสุดเสมอ สิ่งสำคัญประชาชนต้องไม่ตื่นตระหนักเนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการป้องกันที่ดีรับรองเอาไว้แล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้หารือแนวทางการป้องกันโรคดังกล่าวมากว่า 2 สัปดาห์ ตั้งแต่รู้ว่ามีการแพร่เชื้อไปยังประเทศเกาหลีใต้ เราจึงเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ตนก็แปลกใจเพราะนึกว่าโรคนี้จะแพร่เชื้อมาจากชาวเกาหลีใต้แต่กลับแพร่เชื้อจากประเทศต้นตอคือแถบตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเนื่องจากเราพบผู้ติดเชื้อได้เร็ว ซึ่งช่วงแรกเชื้อในตัวยังมีน้อย ทำให้ผลการตรวจพบเป็นบวกและลบไม่ชัดเจน จึงได้มีการแยกตัวผู้ที่ติดเชื้อตั้งแต่ที่พบไปไว้ในห้องกักกันเชื้อทันที รวมถึงผู้ที่เดินทางมากับผู้ติดเชื้ออีก 3 คน
รวมถึงผู้โดยสารที่เดินทางมากับผู้ติดเชื้อในเที่ยวบินเดียวกันโดยเฉพาะ2คนในแถวหน้าและแถวหลังที่นั่งของผู้ติดเชื้อ ก็ต้องนำตัวมาตรวจ เช่นเดียวกับคนในโรงแรมที่ผู้ติดเชื้อเข้าพัก และคนขับรถแท็กซี่ที่ผู้ติดเชื้อโดยสารไปส่งในที่ต่างๆซึ่งตนยังไม่ทราบว่าได้มีการติดตามตัวคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวพบหรือยัง แต่ถึงไม่พบ โอกาสที่จะติดเชื้อก็มีน้อยมาก เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเชื้อในตัวผู้ติดเชื้อมีจำนวนน้อย ยังไม่ถึงขั้นติดต่อใครได้ แต่เราก็ยังไม่สามารถวางใจ ดังนั้นจึงต้องติดตามตัวให้พบโดยเร็วที่สุด
นายยงยุทธ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้อยู่ในการควบคุมเข้มงวด ซึ่งไทยจะแตกต่างจากประเทศเกาหลีใต้ที่ผู้ติดเชื้อต้องเดินทางไปตรวจหลายโรงพยาบาลกว่าจะทราบผลทำให้เชื้อแพร่กระจาย แต่ของไทยตรวจแล้วรู้ผลทันที ฉะนั้น มาตรการควบคุมเราน่าจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม เรายังวางใจสถานการณ์ไม่ได้ ตนจึงได้ขอให้คณะกรรมการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขโรคติดต่ออุบัติใหม่ รีบประชุมติดตามความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้วเมื่อครั้งเกิดโรคอีโบล่าระบาดที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโรคเมอร์สคือไม่มียารักษาจึงต้อง
เตรียมมาตรการควบคุมไม่ให้มีการติดต่อ จุดสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือการตรวจสอบผู้โดยสารในสนามบินทุกแห่งที่ติดต่อกับนานาชาติ ที่มีระบบการตรวจผู้โดยสารว่ามีไข้สูงหรือไม่ หากพบว่ามีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็จะนำตัวมาตรวจทันที
“ผมคิดว่าเมืองไทยน่าดีใจ เพราะมีคนและระบบที่ตรวจสอบโรคดังกล่าวได้แม่นยำ ซึ่งน่าจะทำให้รู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็มีโอกาสที่มันจะหลุดรอดออกมาก็เป็นไปได้ ดังนั้น ประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง สังเกตอาการคนรอบข้างหากพบว่าผิดสังเกตก็อย่าไปใกล้ชิดเด็ดขาด” นายยงยุทธ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการควบคุมโรคของเราดีกว่าเกาหลีใต้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่อยากพูดแบบนั้น แต่ว่าเกาหลีใต้ได้พลาดไปจริงๆ เนื่องจากคนไข้ต้องรอถึง9วันในการตรวจเชื้อ อีกทั้งยังต้องเดินทางไปหลายโรงพยาบาลเพื่อตรวจ ซึ่งถือว่าอันตรายมาก แต่ของไทยเมื่อมาถึงก็สามารถตรวจได้ทันที ส่วนอาการล่าสุดของผู้ป่วยคนแรกที่พบว่าติดเชื้อนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงานมาแต่อย่างใด





