วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.รับหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรธน.ชั่วคราว

สนช.รับหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรธน.ชั่วคราว เปิดทางทำประชามติ

รัฐสภา-มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สปช.)มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่... พ.ศ..... แบบสามวาระรวด ตามที่ครม.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นผู้เสนอ โดยมีนายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนครม.มาชี้แจงตอบข้อซักถามต่อสนช. ทั้งนี้นายพรเพชรได้ชี้แจงหลักเกณฑ์วิธีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 46 ประกอบมาตรา 5 ให้ที่ประชุมสนช.รับทราบ พร้อมขอมติที่ประชุมสนช. เพื่อขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ 177 กรณีหากมีการขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องกลับไปให้ครม.และคสช.พิจารณา แต่ให้พิจารณาภายในที่ประชุมสนช.ได้ทันที เนื่องจากมีตัวแทนครม. 3 คน มาร่วมอยู่ในที่ประชุมสนช.แล้ว

นายวิษณุ ชี้แจงเหตุผลการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า เป็นการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติ ตลอดจนประเด็นอื่นๆที่ความผูกพันเพื่อให้ลุล่วงไปในคราวเดียวกัน โดยมีการแก้ไข 7 ประเด็นได้แก่ 1.การแก้ไขคุณสมบัติให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถเป็นสนช.และครม. ได้ 2.การถวายสัตย์ปฏิญาณให้กระทำต่อพระมหากษัตริย์ หรือรัชทายาท ผู้แทนพระองค์ได้ 3.การแก้ไขกรอบเวลาการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐ ธรรมนูญจาก 60 วัน เป็นไม่เกิน 90 วัน 4.การให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 5.การให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สิ้นสุดการทำงาน ภายหลังลงมติร่างรัฐธรรมนูญ และให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาทำหน้าที่แทน 6.หากกมธ.ยกร่างฯ 36 คน สิ้นสุดลง ให้มีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนมาทำหน้าที่รับฟังความเห็นและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 6 เดือน 7.การแก้ไขรายละเอียดมาตราต่างๆที่คลาดเคลื่อนให้สอดคล้องกัน

จากนั้น ที่ประชุมสนช.ได้พิจารณาวาระแรกขั้นรับหลักการ โดยมีสมาชิกอภิปรายจำนวน4 คนได้แก่นายสมชาย แสวงการ ซักถามว่า หากตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อยกร่างเสร็จแล้ว หากทำประชามติไม่ผ่าน จะทำอย่างไร นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์สนช.ถามว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.หรือไม่ และจะสิ้นสุดการทำงานเมื่อใด ขณะที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ตั้งข้อสังเกตว่า การปลดล็อกให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาเป็นสนช.และครม.ได้ เหมือนส่งสัญญาณไปยังกมธ.ยกร่างฯว่า ผู้เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ไม่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันคนไม่ดีมาบริหารประเทศและนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ระบุว่าอยากให้การทำประชามติต้องมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเกินครึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง จำนวน 49 ล้านคน จึงเป็นการทำประชามติที่แท้จริง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การปลดล็อกผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมในสังคมแก่ผู้ถูกลงโทษไปแล้วแต่จะเลือกผู้เคยถูกเพิกถอนสิทธิฯมาทำงานหรือไม่ อยู่ที่คสช.และรัฐบาล ไม่ใช่ว่าเราไม่แข็งกร้าว ส่วนสภาขับเคลื่อนฯจะทำหน้าที่เรื่องปฏิรูปอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสปช.ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน อีกทั้งสภาขับเคลื่อนฯไม่ต้องมีการโปรดเกล้าฯแล้ว จึงไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.

นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ที่มาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน มาจากหัวหน้า คสช.เป็นผู้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เวลาไม่เกิน 6 เดือน จากนั้นให้ทำประชามติครั้งที่ 2 คาดว่าอยู่ในช่วงกลางปีหรือปลายปี 59 หากทำประชามติครั้งที่สองยังไม่ได้รับความเห็นชอบจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบ ขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน เพราะถ้าเขียนกำหนดลงไป คงต้องเขียนถึงขั้นว่า ถ้าประชามติไม่ผ่านครั้งที่ 6 ครั้งที่ 7 จะทำอย่างไร จะยิ่งยุ่งใหญ่ ขณะนี้มีมาตรา 46 อยู่ในมือ ถึงเวลาก็สามารถขอแก้รัฐธรรมนูญกลับมารบกวนสนช.อีกครั้งว่าจะทำอย่างไร จากนั้นค่อยคิดกันอีกทีว่า สังคมต้องการอย่างไร ไว้ว่ากันในช่วงนั้น ยังมีเวลาคิดอ่านอยู่ ทั้งนี้สภาขับเคลื่อนฯจะมีอายุการทำงานไปกระทั่งมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญใหม่จะเขียนให้อยู่ถึงเมื่อใดอาจเลยไปถึงวันเลือกตั้ง หรือวันเปิดสภาฯครั้งแรกก็ได้  

หลังจากพล.อ.ประวิตรและนายวิษณุชี้แจงข้อซักถามเสร็จแล้ว ที่ประชุมสนช.ได้ลงมติในวาระแรกด้วยการขานชื่อออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย โดยมติรับหลักการ ด้วยคะแนน204 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 คะแนน