ป.ป.ช. หนุน “ป.ป.ท.” ขึ้นตรง “นายกฯ” เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันทุจริต โดยอำนาจบริหาร
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. … และร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. … เพื่อยกระดับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่า เป็นการยกระดับป.ป.ท.ให้เป็นหน่วยงานอิสระโดยต่อไปจะขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ส่วนรูปแบบและอำนาจหน้าที่ยังเหมือนเดิม ป.ป.ท.ยังรับเรื่องการไต่สวนข้าราชการในระดับล่าง ดังนั้น การเห็นชอบร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับของครม. เป็นการทำให้อำนาจหน้าที่ของป.ป.ท.มีความชัดเจนขึ้น ยืนยันไม่กระทบกับการทำงานของป.ป.ช. เพราะสองหน่วยงานยังทำงานร่วมกันอยู่ ช่วยเสริมกัน ส่วนการให้อำนาจ ป.ป.ท.ในการส่งฟ้องต่อศาลเองได้หากอัยการสูงสุดไม่ฟ้องถือเป็นเรื่องดี มีลักษณะคล้ายกับของป.ป.ช. นอกจากนี้ ในการสรรหาคณะกรรมการป.ป.ท. 6 คน ที่ให้ป.ป.ช.สามารถเสนอชื่อเข้าไปได้นั้น แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงกันอยู่ ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ป.ป.ท.ขึ้นตรงกับนายกฯ จะทำงานเป็นอิสระได้อย่างไร นายปานเทพ กล่าวว่า ตามหลักแล้วหน่วยงานตรวจสอบต้องเป็นองค์กรอิสระโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันป.ป.ช.เป็นอิสระอยู่แล้ว ส่วนป.ป.ท.จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะป้องกันการทุจริตโดยการใช้อำนาจบริหาร ดังนั้น จะให้อิสระทั้งหมดเลยคงไม่ได้ แต่ก็คงไม่เป็นไร เพราะ ป.ป.ช.กับป.ป.ท.มีการประสานงานกันอยู่แล้ว





