วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'เรียกประชุมทีมกฎหมาย แก้ปัญหาเด็กแว้น

“พล.อ.ไพบูลย์” เรียกประชุมทีมกฎหมาย หลังนายกฯไฟเขียวใช้ม.44. แก้ปัญหาเด็กแว้น จ่อเอาผิดตั้งแต่ขั้นนัดแนะ-เตรียมการแข่งซิ่ง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางแก้ไขและป้องกันเรื่องปัญหาเยาวชนแข่งรถในทางสารธารณะโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น(เด็กแว้น) ว่า. ตนได้รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว โดยนายกฯเห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ (16 มิ.ย.) ได้เรียกกรรมการกฤษฎีกา และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม มาหารือ เนื่องจากกฎหมายและพ.ร.บ.บางฉบับจำเป็นต้องแก้ไขให้สอดรับกับการใช้งาน โดยการแก้ไขกฎหมายปกติต้องใช้ระยะเวลานาน 3 - 4 เดือน ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันที จึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เป็นกลไก อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายมาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาเด็กแว้นท์คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน1 สัปดาห์ สำหรับการแก้ไขเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา ทั้งในเรื่องการปิดเกินเวลา เสียงดังเกินกฎหมายกำหนด มีกฎหมายพร้อมแล้วไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในที่ประชุมวานนี้ (15 มิ.ย.) ได้มีการรับฟังความเห็นทุกหน่วย ซึ่งเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เพื่อกำหนดโทษในขั้นตอนตระเตรียม นัดแนะรวมตัวเพื่อแข่งรถบนทางสาธารณะ ซึ่งเทียบเคียงกับความผิดฐานวางเพลิง โดยมีบทกำหนดโทษตั้งแต่ขั้นเตรียมการเพื่อระงับเหตุก่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง แต่กรณีของเยาวชนรวมตัวกันเพื่อเตรียมการแข่งรถยังไม่มีกฎหมายระบุความผิดจนกว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการแข่งขัน ซึ่งจะต้องมีจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด ระยะเวลาในการแข่งขัน รวมถึงการวางเดิมพัน ทำให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมได้เพียงการขับรถก่อให้เกิดอันตราย ก่อความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ซึ่งกฎหมายเดิมไม่สามารถแก้เด็กแว้นในเชิงป้องกันได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เพื่อกำหนดความผิดในขั้นเตรียมการ เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับยับยั้งโดยไม่จำเป็นต้องให้มีการแข่งขันขึ้นจริง ซึ่งจะเป็นการหยุดปัญหาได้ทันที

ในส่วนผู้ปกครองที่ต้องมีส่วนรับโทษจากการกระทำผิดของบุตรหลานนั้น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า อาจไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แต่ต้องมีกระบวนการดึงผู้ปกครองให้เข้าร่วมการฟื้นฟูบุตรหลาน เพราะบางรายมีประวัติว่าบุตรหลานเคยถูกจับจากการไปเป็นกองเชียร์ในการแข่งรถและผู้ปกครองเคยไปรับทัณฑ์บนก่อนการปล่อยตัวเยาวชน ต่อมาก็ยังพบว่าบุตรหลายยังออกมากระทำผิดซ้ำ หรือบางรายซื้อรถให้ขับ จึงถือว่าผู้ปกครองมีส่วนสนับสนุนหรือรู้เห็นกับการกระทำผิดของลูก ต้องนำผู้ปกครองมาสอนทักษะการดูแล หากไม่สามารถดูแลได้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มีอำนาจในการนำตัวเด็กออกไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลแทน สำหรับเด็กแว้นที่มีอายุเกินกว่า 18 ปี ศาลสามารถสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติสืบเสาะพฤติกรรม หรือกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ รวมทั้งสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(กำไลข้อเท้า) เพื่อจำกัดบริเวณไม่ออกไปกระทำผิด เนื่องจากกำไลข้อเท้าสามารถกำหนดระยะเวลากลับเข้าที่พัก กำหนดพื้นที่ และควบคุมความเร็ว