"พล.ต.ท.ศรีวราห์"เผยเร่งสรุปสำนวนคดีกรมวังผู้ใหญ่แอบอ้างเบื้องสูง หลังนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.เปิดเผยถึงกรณีนายมนตรี โสตางกูร หรือหลุยส์ อายุ 53 ปี อดีตกรมวังผู้ใหญ่สำนักพระราชวัง และอดีตกรรมการบอร์ดการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ผู้ต้องหาในคดีแอบอ้างเบื้องสูงหาผลประโยชน์ว่า เบื้องต้นได้เซ็นต์คำสั่งอนุมัติให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง โดยมีพ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6และพ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผบก.จร.และคณะพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสน.พหลโยธิน เพื่อให้แพทย์รพ.ตร.ทำการตรวจร่างกาย เพื่อยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายขณะอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จากนั้นในช่วงบ่ายจึงจะนำตัวนายมนตรีไปฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ภายหลังส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังเสร็จสิ้นแล้ว ในวันที่17มิ.ย.เวลาประมาณ13.00น.จะเรียกคณะพนักงานสอบสวนทั้ง4สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับคดีที่นายมนตรีก่อเหตุมาสรุปสำนวนคดีให้เสร็จสิ้น ซึ่งต้องดูว่าหลักฐานมีการพาดพิงไปถึงใครหรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคาร รวมถึงในส่วนของการตรวจสอบอายัดทรัพย์สินส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบ แต่หากไม่มีการพาดพิงผู้อื่นที่เกี่ยวข้องก็จะสรุปสำนวนคดีส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พิจารณาสำนวนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพิจารณา และเมื่อ ตร. ส่งกลับคืนมา จึงจะนำสำนวนส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้อง
นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตั้งแต่เมื่อวันที่12มิ.ย.ที่ผ่านมา กรณีที่ผู้ต้องหาใช้ตำแหน่งหน้าที่มาใช้เพื่อหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิดเข้าข่ายอำนาจของ ปปช.ก็จะขออายัดตัวไปดำเนินคดีเพิ่มเติม แต่ถ้าปปช.พิจารณาแล้วว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ บช.น.ก็จะเร่งสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จต่อไป





