วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภากทม.จี้ฝ่ายบริหาร เร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

สภากทม.จี้ฝ่ายบริหาร เร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ห่วงขยะขนาดใหญ่ขวางคลอง แนะจัดจุดทิ้งเขตละ 1 จุด ทั่วกรุงฯ

ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) ศาลาว่าการกทม. พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ง่วนบรรจง รองประธานสภากทม. ทำหน้าที่ประธานการประชุม กรณีที่คณะกรรมการการจราจรและขนส่งระบายน้ำ สภากทม. ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ โดยมีนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกทม. นายอดิศักดิ์ ขันตี รองปลัดกทม. นายกังวาฬ ดีสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ เข้าร่วมประชุม

นายสัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กทม.ได้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปี 2558 ดังนี้ 1.ขุดลอกคลองและเปิดทางน้ำไหลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองจำนวน 1,682 คลอง ยาว 2,600 กม. คลองที่ขุดลอกโดยการจ้างเหมา ดำเนินการแล้วเสร็จ 35 เปอร์เซ็นต์ คลองที่เปิดทางน้ำไหล โดยแรงงานของกรุงเทพมหานคร แล้วเสร็จ 71 เปอร์เซ็นต์ 2.ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ยาวรวม 3,600 กิโลเมตร จากความยาวรวม 6,400 กิโลเมตร ) ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 66 เปอร์เซ็นต์ 3.เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ ตามสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ จำนวน 660 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกทั้งสิ้น 1,717 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ 4.เตรียมหน่วยบริการเร่งด่วนหรือหน่วยเบสต์ 

นานสัญญา กล่าวต่อว่า สำหรับจุดอ่อนน้ำท่วม ในปี 2556 สำนักการระบายน้ำ ได้กำหนดจุดอ่อนน้ำท่วม จำนวน 37 จุด ในปี 2557 ลดลงเหลือจำนวน 24 จุด แก้ไขแล้ว 2 จุด ที่ถนนสามเสน ช่วงหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ และถนนพหลโยธิน 58 ช่วงปากซอยพหลโยธิน 58 ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และในปัจจุบัน ลดลงเหลือ 22 จุด ขณะที่สถิติปริมาณขยะที่ขวางทางน้ำไหล จากข้อมูลสถิติการเก็บขยะ วัชพืช ผักตบชวา ในคูลอง และแม่น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าปริมาณขยะที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บมีปริมาณเฉลี่ย 1,800 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตามการที่ประชาชนทิ้งขยะ สิ่งของวัสดุ ลงในคูคลอง ท่อระบายน้ำทำให้กีดขวางการระบายน้ำ และการทำงานของเครื่องสูบน้ำตามสถานีสูบน้ำ ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้าลง 

ด้านนายกังวาฬ กล่าวว่า ปัญหาของการระบายน้ำในพื้นที่กทม. เนื่องจากระบบระบายน้ำมีขนาดเล็กและสามารถรองรับฝนได้ ไม่เกิน 60 มิลลิเมตร (มม.) ต่อชั่วโมง จึงต้องมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่จุดอ่อน เพื่อเร่งระบายน้ำในท่อออกสู่คูคลอง นอกจากนี้ได้เร่งพร่องน้ำตามคลองต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ซึ่งขณะนี้มีการใช้เรดาห์ เพื่อตรวจจับกลุ่มฝนในพื้นที่กทม. โดยมีการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.- 22 มิ.ย.นี้ พื้นที่กทม. จะมีฝนร้อยละ 60 ซึ่งพบว่าปริมาณฝนตกในช่วงครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงแรก จะมีความเข้มข้นสูงมาก 120-130 มม. ซึ่งกรณีฝนตกหนักที่อโศกมนตรี พบว่าพื้นที่โดยรอบ มีความสูงกว่าถนน เมื่อมีฝนตกลงมาทำให้น้ำมาไหลกองที่ถนนอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการเสริมเครื่องสูบน้ำเข้าไป  

นายกังวาฬ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สนน.ได้ตั้งศูนย์ประสานงานและเตือนภัยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม. เพื่อประสานข้อมูลร่วมกับกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานเขต สถานีวิทยุ จส.100 สวพ.91 เพื่อรวบรวมข้อมูลแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ ในกลุ่มไลน์ทหาร ตำรวจ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เฟชบุ๊ค ทวิตเตอร์และเว็บไซต์ของสนน. เพื่อให้ประชาชนรับทราบ  

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ประชุมสภากทม. ได้มีความเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ปลายน้ำ ที่มีการเน้นการของบประมาณการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ รวมทั้งการบริหารจัดการขยะ จึงตั้งข้อสงสัยต่อการแก้ปัญหาว่าฝ่ายบริหาร หลงทางหรือไม่ เพราะเหตุใดพื้นที่กทม. จึงมีน้ำท่วมซ้ำซาก ดังนั้นขอให้มีการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน ไม่ใช่เขียนวาทะกรรมสำเร็จรูปว่า ฝนตกเกิน 60 มม. จะมีน้ำท่วมเพื่อระบาย เพราะหากทราบสถานการณ์แบบนี้ เหตุใดจึงไม่มีการกระจายงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นน้ำและกลางน้ำ นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังเป็นห่วงปัญหาขยะชิ้นใหญ่ ที่กทม. ไม่สามารถจัดเก็บได้ทั่วถึง จึงเสนอให้ทุกสำนักงานเขต จัดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนทิ้งขยะ 1 เขตต่อ 1 สถานที่ เพื่อกำหนดเป็นจุดทิ้งให้รถขยะของกทม. เข้ามาจัดเก็บได้ อีกทั้งปัญหาขยะที่ไปขวางทางระบายน้ำนั้น เป็นเพราะในบางพื้นที่กทม. ไม่มาเก็บขยะ 3-4 วัน เมื่อมีฝนตก น้ำฝนจะพัดขยะดังกล่าวลงคลอง ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น ขอให้ฝ่ายบริหาร นำข้อสังเกตของสภากทม.ไปแก้ไขทั้งระบบต่อไป  

รายงานข่าวเเจ้งว่า ขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างการทำรางระบายน้ำบริเวณแยกชิโนไทย ถนนอโศก เพื่อเชื่อมคูน้ำซอยสุขุมวิท 19 เพื่อเตรียมแผนยกถนนให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมในย่านนี้ด้วย