โฆษกวิปสปช.เผยผลหารือสปช. ที่เหลือเวลาทำงาน 60 วัน ต้องเดินหน้าทำงานอย่างทุ่มเท-กำหนด 5 วาระปฏิรูปที่ต้องมีผลงานชัดเจน
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปฯสปช.) แถลงผลการประชุมสปช.เป็นการภายในเพื่อปรึกษาหารือถึงการปรับแนวทางการทำงานวาระปฏิรูป หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีบทบัญญัติที่ทำให้วาระการดำเนินงานของสปช. สั้นลงจากช่วงเวลาเดิม หลังจากที่ที่ประชุมใช้เวลาหารือนาน 4 ชั่วโมง 30 นาที ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีการอภิปรายปะทะ หรือโต้แย้ง ทั้งนี้มีสปช. ที่ขออภิปรายประมาณ 20 คน แต่ยังคงเหลือผู้ที่อภิปรายอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้การประชุมวาระหารือดังกล่าวเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้น
สำหรับผลการหารือเบื้องต้นมีข้อสรุป คือ การดำเนินงานวาระปฏิรูปของกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูป สปช. ที่กำหนดไว้ 36 ประเด็นในระยะแรก มีเวลาทำงานเพียง 2 เดือนเศษ หรือประมาณ 60 วันเมื่อตัดวันหยุดราชการออกไปแล้ว ดังนั้นจึงมีแผนงานให้ กมธ.ปฏิรูปคณะต่างๆ ต้องทำงานในระยะที่สอง ได้แก่ ยกร่างและนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการปฏิรูปหรือการปรับเนื้อหาดำเนินการงานให้แล้วเสร็จและเสนอต่อนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธาน สปช. ภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้
จากนั้นประธาน สปช.จะพิจารณาในเนื้อหาและนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. นี้ นอกจากงานปฏิรูป 36 ประเด็น ภายใต้ 18 กมธ.ปฏิรูป แล้ว ยังมีอีก 5 ประเด็นปฏิรูปที่ต้องมีแผนดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม และชัดเจน ได้แก่ 1.การป้องกันและการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม 3.การปกครองส่วนท้องถิ่นและบริหารราชการแผ่นดิน 4.เรื่องตำรวจ และ 5.ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม โดยนายเทียนฉายจะพิจารณาตั้งคณะทำงานจากสปช.ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาดำเนินงานในแต่ด้านให้สำเร็จ
"ช่วงเวลาทำงาน 2 เดือนที่เหลือถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นไม่ควรอาลัย อาวร และให้ตั้งใจเดินหน้าทำงานให้ดี รวมถึงทุ่มเทจนวินาทีสุดท้าย" นายวันชัย กล่าว
นายวันชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการแสดงความเห็นเรื่องการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงการตัดสินใจลงมตินั้น ที่ประชุมได้หยิบยกมาพิจารณาเช่นกัน แต่มีเนื้อหาสำคัญ คือ การปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสปช. ได้ทุกคน ดังนั้นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องทำให้รอบคอบ และคำนึงถึงประโยชน์ประเทศและประชาชนมากกว่าความต้องการส่วนตัว





