วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาวดิน' ผนึกชาวนาอีสาน อาการ 'ป่งใบ' แนวต้านคสช.

(รายงาน) "ดาวดิน" ผนึกชาวนาอีสาน อาการ "ป่งใบ" แนวต้าน คสช.

ถ้อยวลี “ป่งใบ” หมายถึงอาการผลิใบของใบไม้ เสมือนการผลิใบและแตกหน่อ ดั่งเช่นปรากฏการณ์แรกเริ่มของกลุ่มคนที่รวมตัวเป็น “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” ในภาคอีสาน


จริงๆแล้ว กลุ่มประชาธิปไตยใหม่นั้น ไม่ต่างอะไรกับ “คณะหมอลำ” ที่เปลี่ยนป้ายคณะ หรือเปลี่ยนฉาก จาก “กลุ่มดาวดิน” ที่ก่อตัวและผลิบานขึ้นเป็นขบวนการต้านเผด็จการทหาร โดยการหลอมรวม “นักศึกษา” กับ “ชาวนาอีสาน” เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน


8 มิถุนายน 2558 ชาวนาอีสานในนาม “กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล ดูนสาด” ร่วมกับพี่น้องจาก “กลุ่มอนุรักษ์ดงมูล” , “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด”, “กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว” และ “เครือข่ายที่ดินจากคอนสาร” ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “รับขวัญประชาธิปไตย” เรียกขวัญ 7 นักศึกษา “กลุ่มดาวดิน” ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น


หลังจากทำกิจกรรมเสร็จ กลุ่มดาวดินและองค์กรชาวบ้านที่กล่าวนามาข้างต้น ได้ประกาศจัดตั้ง “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่”


พลันที่มีข่าวเปิดตัวกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ออกไป กลุ่มกองเชียร์ทหารในโลกออนไลน์ ก็เปิดสงครามสาดสีการเมืองว่า พวกเด็กดาวดิน ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองเสื้อแดงบ้าง มีท่อน้ำเลี้ยงมาจากแดนไกลบ้าง
จริงๆ แล้ว กิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ก็เป็นกิจกรรมแบบเอ็นจีโอ ที่เคยมีการขับเคลื่อนประเด็นร้อนร่วมกับชาวบ้าน มีการร้องเพลง แสดงละครสะท้อนปัญหาของชาวบ้าน


โครงสร้างแบบหลวมๆของ “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” (Neo Democracy Movement) ประกอบด้วยองค์กรนักศึกษากับองค์กรชาวบ้าน ชูหลักการกำปั้น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม สันติวิธี


หลังการอ่านแถลงการณ์คำประกาศของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้มีการคลี่ป้ายผ้าที่มีข้อความ เช่น “หยุดเผาก๊าซ” หรือ “หยุดเหมืองทองคำ” และมีการนำผ้าลายพรางไปพันรอบอนุสาวรีย์


ย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว “กลุ่มดาวดิน” ได้เปิดปฏิบัติการ “กระตั้วแทงเสือ” บุกเข้าไปแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และสวมเสื้อข้อความไม่เอารัฐประหาร ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น


ชื่อเสียงของ “กลุ่มดาวดิน” จึงเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และถูกฝ่ายความมั่นคงเฝ้าเกาะติดความเคลื่อนไหวในทันที


“กลุ่มดาวดิน” มีสมาชิกประมาณ 20 คน เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม โดยมีกิจกรรมหลักคือการออกค่ายเรียนรู้สังคม


เมื่อหลายปีก่อน กลุ่มดาวดินได้ไปออกค่ายเรียนรู้สังคมที่หมู่บ้านรอบๆ เหมืองทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมีรุ่นพี่เบิกทางลงชุมชนแห่งนี้จากรุ่นสู่รุ่น


เหมืองทองคำ วังสะพุง นี่แหละที่เป็นเบ้าหลอมพวกเขาให้เข้มแข็ง เมื่อผ่านการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมานานหลายปี


12 ปีที่แล้ว บริษัททุ่งคำ ได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองคำที่ภูทับฟ้า จ.เลย เมื่อเริ่มมีการผลิต และแต่งแร่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิตที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ


ชาวบ้านจึงรวมตัวกันในนาม “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” 6 หมู่บ้าน ต่อสู้เรียกร้องให้บริษัททุ่งคำ และภาครัฐเข้ามาดูแล โดยมีนักศึกษากลุ่มดาวดิน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับชาวบ้านต้านเหมืองทอง


เช่นเดียวกับปี 2558 ชาวบ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น และชาวบ้านหนองแซง อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ได้รับผลกระทบจากการขุดเจาะปิโตรเลียม จึงมีการรวมตัวในนาม “กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล ดูนสาด” และ “กลุ่มอนุรักษ์ดงมูล” (อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์)


ต่อมา กลุ่มดาวดินได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านต่อสู้ในข้อกฎหมาย เหมือนตอนที่พวกเขาเข้าไปต่อต้านการทำเหมืองทองคำที่เมืองเลย


สิ่งที่น่าจับตาคือ กลุ่มดาวดิน กำลังยกระดับการต่อสู้เพื่อ “สิทธิชุมชน” และ “อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นการต่อสู้ทางการเมืองเชิงอุดมการณ์


คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มดาวดิน ผ่านเวบไซต์ Thaivoicemedia ของ จอม เพชรประดับ ก็ยิ่งแจ่มชัดในจุดยืนทางการเมือง โดยตอนหนึ่งได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ขอให้หยุด และลงจากตำแหน่งได้แล้ว หยุดคุกคามประชาชน แล้วคืนอำนาจให้กับประชาชน อย่าคิดที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปอีกเลย


“คนไทยที่รักประชาธิปไตย ความเป็นธรรม ความถูกต้อง ก็ควรที่จะก้าวข้ามความเป็นสีเหลือง สีแดง และก้าวข้ามระบอบทักษิณ ได้แล้ว ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออนาคตของบ้านเมือง สู้เพื่อที่จะออกจากกรงขังที่รัฐบาลเผด็จการทหารกักขังเ­อาไว้ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ปฏิวัติประชาชน ให้เกิดขึ้นได้แล้ว”


อะไรคือ “ปรากฏการณ์ปฏิวัติประชาชน”? ดูเหมือนว่า ชุดความคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มดาวดิน ดูจะไปไกลกว่าคำว่า ประชาธิปไตยทางตรงของภาคประชาสังคม


การกระชับอำนาจ คสช.ล่าสุด อาจส่งผลให้อาการ “ป่งใบ” ของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะไม่โตอย่างยิ่ง

...........................................


กองทัพจับตา “ดาวดิน”


การแสดงอภินิหารของ “กลุ่มดาวดิน” โดยบอกผู้สื่อข่าวว่า “จะไม่ไปรายงานตัวต่อตำรวจ” ตามที่นัดหมายไว้นั้น มันมีเบื้องหลังที่ชวนให้คิดว่า กลุ่มดาวดินกำลังจะเดินไปสู่หนใด?


พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาดาวดินที่ จ.ขอนแก่น ว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการปฏิบัติกับนักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยจะไม่ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่


ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปล่อยปละละเลยไปได้ เพราะจะกลายเป็นเชื้อและตัวอย่างให้กับกลุ่มอื่นๆ ทำเป็นแบบอย่างได้


มาตรการของเจ้าหน้าที่ จะเริ่มจากการพูดคุยตักเตือนก่อน ซึ่งกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวเป็นผู้ที่มีการศึกษาโตๆ กันแล้ว ถ้ายังไม่เข้าใจจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะทุกคนต้องเคารพกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน
ด้าน พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ต้องแยกประเด็นออกเป็น 2 ส่วน คือการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และการเข้ารายงานตัวและมอบตัวของกลุ่มนักศึกษาดาวดินทั้ง 7 คน ที่ครบกำหนดระยะเวลาในการยื่นขอประกันตัว


โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้สรุปสำนวนในคดีความผิดตามกฎหมายฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ด้วยการแสดงออกทางสัญลักษณ์และการเมือง รวมทั้งการชุมนุมเกินกว่า 5 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ในอัตราเงินประกันคนละ 7,500 บาท ซึ่งวันนี้เป็นวันครบกำหนดที่ทั้งหมดจะต้องเข้ามารายงานตัวตามขั้นตอนต่างๆ ของกฎหมายทั้งหมด


อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักศึกษาทั้ง 7 คนได้ส่งทนายความส่วนตัวและนายประกันเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนระยะเวลาในการมอบตัวดังกล่าว โดยให้เหตุผลของการขอสอบพยานเพิ่มเติม


ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในการพิจารณาอนุญาตเลื่อนวันมอบตัวออกไปอีก 7 วัน ซึ่งถือเป็นนัดที่ 2 ตามกรอบระยะเวลาของกฎหมาย โดยระบุว่าหากนัดที่ 2 ยังคงไม่มามอบตัวและรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่อีกจะดำเนินการจับกุมทันที