วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ส.-ดีเอสไอ ร่วมปฏิบัติการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด

ป.ป.ส.-ดีเอสไอ ร่วมปฏิบัติการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด เข้าค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด 4 กลุ่ม ยึดทองแท่ง 190 บาท ทรัพย์สินอื่นรวม 91 ล้าน

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการป.ป.ส. และพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงผลยุทธการตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12 - 14 มิ.ย. เพื่อตัดวงจรการเงินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด 5 กลุ่ม มีเป้าหมายที่กลุ่มนักค้าระดับประเทศที่มีผู้ร่วมขบวนการกว่า 25 คน จากการเข้าค้นเป้าหมาย 32 คน ใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรสาคร ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด สุรินทร์ บุรีรัมย์ เชียงใหม่ และเชียงราย สามารถยึดและอายัดทรัพย์สิน 91 ล้านบาท  

โดยนายเพิ่มพงษ์ กล่าวว่า ผลปฏิบัติการเบื้องต้นได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 เครือข่าย และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังเครือข่ายที่ 5 ที่มีบทบาทเป็นนักค้ายาระดับประเทศ เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดครั้งละกว่า 1 ล้านเม็ดขึ้นไป สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยึดทรัพย์แต่ระหว่างการตรวจค้นยึดของกลางยาบ้าพร้อมอุปกรณ์การเสพ จึงจับกุมผู้ต้องหามาขยายผลต่อไป โดยเฉพาะเครือข่ายของน.ส.ลาวัลย์ จำเรือง ซึ่งสามารถยึดทรัพย์เป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 900 บาท มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ยึดได้จากเครือข่ายน.ส.ลาวัลย์ เป็นมูลค่ากว่า 58 ล้านบาท นอกจากนี้ในการเข้าค้นเครือข่ายของน.ส.อรวรรณ เห็นสว่าง พบเบาะแสว่านักค้ากลุ่มดังกล่าวรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ชายแดน จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้ลำเลียงยาเสพติดไปยัง จ.ชลบุรี และจ.ระยอง ซึ่งชุดปฏิบัติการจะได้ขยายผลต่อไป  

ด้านนายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงวิธีการซุกซ่อนยาเสพติดขณะนี้ว่า นักค้ามีพฤติการณ์แยบยล ใช้วิธีดัดแปลงลำโพง หรือพัดลมไอน้ำเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติดตบตาการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ โดยขบวนการที่ใช้วิธีดังกล่าวเป็นการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปยังภาคตะวันออก สำหรับเครือข่ายทั้ง 4 กลุ่ม ป.ป.ส.ได้เฝ้าติดตามและขยายผลมานานกว่า 30 ปี โดยพบว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศ เครือข่ายที่ 1 เป็นกลุ่มของนายเกรียงไกร ดอกไม้ หรือเก่ง มีพฤติการณ์นำยาบ้ามาจากกลุ่มมูเซอ โดยจะว่าจ้างผู้ลำเลียงให้ใช้รถยนต์ที่หลบหนีไฟแนนซ์นำมาปลอมแปลงเลขทะเบียนเพื่อใช้เป็นยานพาหนะลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้ทรัพย์สินจะให้นอมินีเป็นผู้ถือครองแทน โดยพบว่านายเกรียงไกรได้นำเงินที่ได้จากการค้ายาไปสร้างอพาร์ทเมนท์ให้เช่าขนาด 42 ห้อง มูลค่า 12.5 ล้านบาท เครือข่ายที่ 2 กลุ่มน.ส.อรวรรณ เห็นสว่าง มีพฤติการณ์นำยาเสพติดไปกระจายขายในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้พื้นที่ จ.สุรินทร์เป็นศูนย์กลางเพื่อพักยาเสพติดรอการจำหน่าย และให้ญาติร่วมเป็นตัวแทนประสานงานการจัดจำหน่ายและการโอนเงินค่ายาเสพติดไปให้เจ้าของยาบ้าต้นทางในจ.เชียงใหม่ เครือข่ายที่ 3 กลุ่มนายจรูญ ปานทอง ซึ่งหลบหนีหมายจับที่จ.สุรินทร์ไปกบดานอยู่ในจ.สมุทรสาคร ในการตรวจค้นสามารถยึดทรัพย์สินได้ 11 ล้านบาท และเครือข่ายที่ 4 กลุ่มน.ส.ลาวัลย์ จำเรือง ซึ่งเป็นจุดที่ยึดทรัพย์สินได้มากที่สุด