"อนุพงษ์" รับสภาพ 1 ปีแก้ขยะไม่ได้ ลั่นยึดโรดแม็พขอสางปมขีดเส้น 3- 5 ปี วอนครัวเรือนจัดการตัวเอง
ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือการดำเนินงานด้านการจัดการขยะมูลฝอย กับพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ตนจะนำแนวทางนโยบายวาระแห่งชาติในเรื่องขยะ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาปฏิบัติ ด้านกระทรวงทรัพยากรฯก็ได้ออกโรดแม็พมาแล้ว อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการหารือในรายละเอียด ที่ยังต้องมีการปรับในเรื่องของพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานมีความรวดเร็ว สามารถนำไปปฏิบัติได้ตามความเป็นจริง โดยมีคณะกรรมการดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังติดขัดอยู่ ส่วนการแก้ปัญหาดังกล่าว จะถือว่า เป็นไปตามเป้าหมาย หรือโรดแม็พ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่นั้น คงตอบไม่ได้ แต่หลักใหญ่คือต้องการให้ปริมาณขยะที่สะสมอยู่เดิมประมาณ 30 ล้านตัน หมดไปโดยเร็ว คงต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี ขณะที่ขยะใหม่ที่เกิดขึ้นทุกปี จะต้องบริหารจัดการทั้งหมดไปตามหลักการ แต่ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถจัดสรร งบประมาณในการดำเนินงานกำจัดขยะได้เพียงแค่ปีเดียว เพราะต้องใช้เวลาจัดการทั้งขยะเก่า และใหม่ที่เข้ามา ต้องบริหารจัดการตามผลกระทบ และความเร่งด่วนของแต่ละพื้นที่
“ส่วนขยะใหม่ งบประมาณมันจำกัด เราพยายามบริหารจัดการให้อยู่ในโรดแม็พ มาตรฐานที่เราต้องการในการดำเนินการจัดการ อย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน ” รมว.มหาดไทย กล่าว
เมื่อถามว่า อาจไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะพยายามทำให้ได้ตามโรดแม็พ คือ 3-5 ปีที่ตั้งไว้ หากบอกว่า จะกำจัดขยะให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี อย่างนี้ทำไม่ได้แน่นอน เพราะงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด แต่ถ้า3-5ปี คิดว่า ทำได้ และจะพยายามทำให้ได้
เมื่อถามว่า จะมีโครงการขยะนำร่อง แบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มอีกหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อาจจะมีเพิ่มเติมโดยการลงทุนร่วมกับภาคเอกชน แต่ต้องทำตามหลักกฎหมาย และไม่ใช่เป็นการสมประโยชน์กันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กับนายทุน ทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์ ทั้งนี้ การบริหารจัดการขยะของเทศบาลเมืองหนองสำโรง จ.อุดรธานี ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ รวมถึงข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณ และความร่วมมือกับภาคเอกชน ขณะที่ประชาชนเองก็ต้องร่วมมือ โดยการลดปริมาณขยะในครัวเรือนของตน รวมทั้งโฟม และพลาสติก ให้สอดคล้องกับที่นายกฯ เคยได้ระบุไว้ว่า ภายใน3ปี ต้องเลิกใช้ และต้องหมดไป




