วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จาตุรนต์'ชี้แก้รธน.ชั่วคราวให้คสช.-รัฐบาลอยู่ในอำนาจยาว

"จาตุรนต์"ระบุคสช.-ครม.มีมติร่วมกันให้แก้รธน.ชั่วคราว7ประเด็น เป็นการแก้โรดแม็ปให้ยาวออกไป หวังไม่ได้ลงประชามติ ให้คสช.และรัฐบาลอยู่ต่อ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊ค เรื่อง"เดินตามโรดแม็ป ...ยาวยาว"น่าสนใจยิ่ง โดยนายจาตุรนต์ ระบุว่า หลายเดือนที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ มีการเสนอความเห็นเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกันมากหลังจากได้ข้อสรุปแล้วว่า จะมีการลงประชามติ ก็มีการเสนอความเห็นหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการลงประชามติตลอดจนกระบวนการหรือวิธีการที่จะใช้ในกรณีที่ประชาชนลงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ

ล่าสุด คสช.และครม.มีมติร่วมกันให้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวใน 7 ประเด็น มีทั้งตอบคำถามที่กำลังเป็นที่สนใจและมีเรื่องที่นอกเหนือจากการลงประชามติด้วย

เกี่ยวกับการลงประชามตินั้นเป็นอันว่า ถ้าลงประชามติแล้วไม่ผ่าน จะไม่มีการนำเอารัฐธรรมนูญในอดีตมาใช้และจะไม่มีการเลือกตั้งสสร.ดังที่มีการเสนอกัน แต่คสช.ก็จะตั้งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ และเมื่อร่างเสร็จแล้วก็จะต้องมีการลงประชามติกันอีก

มีคนอธิบายว่า และถ้ายังไม่ผ่านอีกก็คงตั้งกรรมาธิการขึ้นมาร่างกันใหม่อีก คือร่างไปเรื่อยๆ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในครั้งนี้ จึงเสมือนเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโรดแม็ปให้ยาวออกไป อาจมองได้ว่า เป็นการแก้ให้ได้โรดแม็ปแบบปลายเปิดคือ จะยืดยาวต่อไปเท่าไรก็ได้ หรืออาจจะมองว่า เป็นการทำให้เป็นแบบวงกลมคือ วนกลับมาที่เดิมได้หลายๆรอบก็ได้

โรดแม็ปแบบนี้ง่ายที่ผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบจะบอกว่า พร้อมทำตามโรดแม็ปเต็มที่ เพราะโรดแม็ปไม่คงที่แต่เปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ

ส่วนการลงมติจะเป็นแบบไหนและมีประโยชน์เพียงใดนั้น ดูจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้ให้รายละเอียดไว้ กกต.และสนช.จะไปกำหนดกันอีกที แต่ดูจากที่มีการตอบคำถามไปบ้างแล้ว เข้าใจว่า การลงประชามติที่จะมีขึ้น คงไม่ได้เป็นไปแบบเสรี คือ ไม่ใช่ว่าจะอนุญาตให้มีการแสดงความเห็นสนับสนุนหรือคัดค้านได้อย่างเต็มที่

ถ้าเป็นอย่างนั้น จะหวังอะไรมากนักจากการลงประชามติก็เห็นจะไม่ได้

เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีโอกาสจะถูกคว่ำโดยสปช.ง่ายขึ้นมาก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นการลงประชามติก็จะยังไม่เกิดขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้าอย่างที่มีการคาดคะเนกัน แต่จะต้องรอให้คณะกรรมาธิการคณะใหม่ร่างให้เสร็จเสียก่อน

ที่ว่า โอกาสท่ีสปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมีสูงกว่าเดิมก็เพราะว่า เดิมเขาเอาสปช.กับคณะกรรมาธิการไปผูกติดกันไว้เป็นแฝดอิน-จัน ถ้าสปช.เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ องค์กรทั้งสองโดยเฉพาะสปช.ก็จะอยู่ทำหน้าที่ต่อไปอีกนานพอสมควร แต่ถ้าสปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งสปช.และคณะกรรมาธิการก็จะถูกยุบเลิกไปด้วยกัน โอกาสที่สปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจึงแทบจะไม่มี

ที่แก้ใหม่ เมื่อสปช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม สปช.ก็จะต้องถูกยุบเลิกไป พร้อมกับมีองค์กรใหม่เกิดขึ้นคือ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป

แบบนี้ การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ สปช.ก็ไม่มีอะไรต้องสูญเสีย

ถ้าพิจารณาจากการที่มีความพยายามจะหาทางทำให้คสช.หรือรัฐบาลอยู่ในอำนาจต่อไปนานๆก็ดี หรือที่มีการเสนอให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งก็ดี การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญก็ดูจะมีส่วนช่วยให้ความพยายามเหล่านั้นเป็นจริงได้มากขึ้น

จะมองว่า การแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจให้สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กระบวนการทั้งหลายทั้งปวงยืดออกไปก็คงไม่ผิดนัก

แต่ไม่ว่า จะคว่ำหรือไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะมีการลงประชามติที่ไม่เสรีและไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดกันเมื่อไหร่รออยู่ข้างหน้า

เรียกว่า ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องแหละครับ