'สุวิทย์' ชี้ทุนนิยม ครอบงำประชาธิปไตย

'สุวิทย์' ชี้ทุนนิยม ครอบงำประชาธิปไตย

“สุวิทย์” ชี้ “ทุนนิยม” ครอบงำประชาธิปไตย-นิติรัฐ ต้นตอความเหลื่อมล้ำ แนะใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงแก้ปัญหา

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุมวิชาการ เรื่อง ปฏิรูประบบสุขภาพและชีวิต ปฏิรูปจิตใต้สำนึกประชาธิปไตย ในโอกาส 9 ปี สช. ที่อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยนายสุวิทย์ เมษินทรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนา “ลดความเหลื่อมล้ำ...ทางออกที่ต้องไปให้ถึงของประชาธิปไตยไทย” ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ถูกระบบทุนนิยมครอบงำประชาธิปไตย ว่า สี่เสาหลักที่ทำให้ประเทศเกิดความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำเพื่อเดินไปสู่ประชาธิปไตย คือ 1.ประชาธิปไตยหรือการเมืองการปกครอง 2.ทุนนิยมหรือความพร้อม 3.ประชาสังคมหรือคนในสังคม และ 4.เรื่องของนิติรัฐหรือนิติธรรมที่ชี้ถึงการเสื่อมถอยของสังคม ซึ่งทั้งสี่เสาหลักกำลังเป็นประเด็นท้าทายโลกอยู่ในขณะนี้ หากจะแก้ความเหลื่อมล้ำและโยงไปถึงเรื่องของการเมืองประชาธิปไตย คงต้องกล่าวถึงเรื่องของระบอบทุนนิยม ซึ่งระบอบทุนนิยมเป็นเหมือนระบอบประชาธิปไตยที่เลวร้ายกว่า แม้ว่ามันจะมีข้อดีอยู่แต่เพราะข้อเสียของมันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากกว่า  

“เพราะระบบทุนนิยมทำให้เราถอยห่างจากธรรมชาติ ทำให้ตัวเราถอยห่างจากคนอื่นมากขึ้น ระบอบทุนนิยมเป็นเรื่องของใครใหญ่ใครได้ ซึ่งความน่ากลัวของทุนนิยมก็คือคนที่ได้โอกาสจะได้มากขึ้น ส่วนคนที่ด้อยโอกาสจะโดนผลกระทบมากขึ้น มันคือความไม่สมมาตรของระบบที่ว่าใครใหญ่ใครอยู่ใครเร็วใครอยู่ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากระบอบนี้” นายสุวิทย์ กล่าว  

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ระบอบทุนนิยมเป็นระบอบที่ไม่รับผิดชอบสังคมทำให้เกิดวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก่อให้เกิดความขัดแย้ง กลายเป็นว่าระบอบทุนนิยมเป็นปัญหาใหญ่ที่ขยายตัวใหญ่ครอบงำประชาธิปไตย ประชาสังคม และนิติรัฐ ซึ่งวิธีการแก้ไข ควรมีการจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจใหม่ไปให้ถึงประชาชนมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุล โดยให้คนในสังคมยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พอใจเท่าทีตนมี ส่วนคนที่ไม่มีให้ขวนขวายในส่วนของตน กลายเป็นการปรับเปลี่ยนทางการเมืองเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของคนในสังคมและเชื่อมไปถึงประชาธิปไตยอย่างมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน