ผบ.ตร.เผยหากมีหลักฐานมือเอี่ยวฉกอาวุธปืน M16 โคราช พร้อมดำเนินคดีทันทีไม่มีละเว้น
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ -พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีอาวุธปืนสงคราม M16 หายไปจาก กองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.นครราชสีมา ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่2554-2557ได้มีการตรวจสอบกันมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุด ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรีปกรณ์ เสริมสุวรรณ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ไปติดตาม ซึ่งสามารถติดตามคืนมาได้แล้วจำนวน 14 กระบอก ส่วนอาวุธปืนที่เหลือ ตำรวจชุดสืบสวนจะร่วมกับฝ่ายปกครอง ในการติดตามกลับคืนมาให้ได้ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนที่มีการระบุว่า มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบดูแลจะเชิญมาสอบปากคำหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงายสอบสวน แต่ยืนยันว่า หากมีหลักฐานพบว่ามีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น
พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวถึงกรณี 5นักศึกษาไทยที่ถูกทางประเทศปากีสถานควบคุมตัวฐานพกปืนที่สนามบินนานาชาติ ในเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากฝ่ายความมั่นคงซึ่งที่ผ่านมาทั้งตำรวจและทหารได้ร่วมมือกันในการติดตามข้อมูลข่าวสาร เบื้องต้น พบว่า นักศึกษาดังกล่าวไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หลังจากตำรวจสันติบาล ได้ไปตรวจค้นแหล่งที่พัก ตรวจสอบประวัติ ของนักศึกษาที่จังหวัดชายแดนใต้ยืนยันว่า ทั้งหมดไปศึกษาต่อด้านศาสนา และจะเดินทางกลับในช่วงถือศีลอด หรือ รอมฏอน ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติแต่ตำรวจยังไม่ได้ด่วนสรุป และขอเวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชนที่จะเดินทางโดยสายการบินไปต่างประเทศ หรือกลับมาในประเทศ อย่าหลงเชื่อหรือรับฝากสิ่งของกับบุคคลอื่น ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก เนื่องจากบางครั้งเราไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน
นอกจากนี้ ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง มีการเตรียมความพร้อมช่วงใกล้เดือนรอมฏอน โดยจะยำข้อมูลหรือสถิติในอดีตรวมทั้งการข่าวมาวิเคราะห์ตรวจสอบเพื่อเฝ้าระวัง แต่ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณบ่งชี้เหตุผิดปกติ แต่เจ้าหน้าที่จะไม่ประมาทในช่วงเทศกาลดังกล่าว





