เลขากกต.รับหนักใจลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ต้องทุ่มงบ 2 - 3 พันล้าน ส่วน“วิษณุ” เทียบเชิญถกหน่วยงานเดินหน้าลุย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเข้าหารือ อาทิ ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัวแทนสำนักงบประมาณ และตัวแทนกรมการปกครอง
โดยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการหารือว่า รองนายกฯ เชิญมาหารือเกี่ยวกับการเตรียมการจัดทำประชามติ หลังจากมติ คสช.และครม. จะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวใน 7 ประเด็น ซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้จำนวนผู้มีสิทธิลงประชามติมีประมาณ 49 ล้านคน โดย กกต. จะต้องพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน 23 ล้านครัวเรือนให้ได้ร้อยละ 80 ของผู้มีสิทธิออกเสียง จึงเป็นปัญหาที่จะต้องเตรียมการ อย่างไรก้ตามในการออกเสียงประชามติครั้งนี้จะใช้พระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 บางส่วน เช่น เรื่องของการกระทำผิดที่จะใช้เป็นหลักใหญ่ นอกจากนี้กกต.จะจัดทำประกาศในส่วนของรายละเอียดขั้นตอนทั้งหมด อาทิ เรื่องของบัตรออกเสียง ว่า จะออก 1 หรือ 2-3 บัตร ส่วนงบประมาณที่เตรียมไว้ตอนนี้ อย่างน้อยประมาณ 2.6 พันล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 พันล้านบาท
"ผมจะกลับไปหารือกับ กกต. ในเรื่องของจำนวนบัตร หากใช้บัตรใบเดียวอาจจะเกิดปัญหา เพราะยังมีคำถามของ สปช. ของ สนช. หน่วยงานละ 1 ข้อที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากครม.ก่อน รวมแล้ว 3 คำถาม แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นคำถามเกี่ยวกับอะไร หากมี 3 คำถาม อาจจะทำให้เกิดบัตรเสีย หากรวมอยู่ในบัตรใบเดียว ดังนั้นในเบื้องต้นที่วางไว้น่าจะใช้บัตร 3 ใบ เป็นสีฉูดฉาด และกล่องลงคะแนนจะเป็นสีฉูดฉาดเพื่อให้เห็นชัดเจน จะได้ไม่หย่อนผิดกล่อง แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย แต่ก็จะไม่เกิน 3 พันล้านบาท เบื้องต้นน่าจะมีการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2559" เลขาธิการ กกต. ระบุ
เลขา กกต. กล่าวยอมรับว่า มีความหนักใจในเรื่องของการหากระดาษมาจัดพิมพ์ เพราะเดิมทีรับผิดชอบบัตรใบเดียวจำนวน 49 ล้านใบ แต่่เมื่อมี 3 คำถาม อาจจะต้องคูณ 3 และต้องรับผิดชอบในการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชน แต่ กกต. ก็จะพยายามหาโรงพิมพ์ที่มีศักยภาพให้ได้ เพราะถ้าไม่สามารถแจกร่างรัฐธรรมนูญได้ ร้อยละ 80 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ก็จะมีปัญหาได้
เมื่อถามว่า ได้มีการเสนอในเรื่องของการผ่อนปรนข้อกฎหมายความมั่นคงในช่วงของการออกเสียงประชามติหรือไม่ นายภุชงค์กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่จะพิจารณา เพราะยังมีเวลาอยู่ ซึ่งกกต.ก็จะปรึกษากับฝ่ายความมั่นคงต่อไป
เมื่อถามว่า การรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด นายภุชงค์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. ส่วนจะให้ฝ่ายการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็จะมีการหารือกับฝ่ายความมั่นคงเช่นกันว่า จะมีการดีเบตได้หรือไม่
เมื่อถามว่า จะมีการป้องกันคนที่จะมาขัดขวางการลงประชามติอย่างไร เลขาธิการกกต. กล่าวว่า เรื่องนี้ระบุโทษอยู่ใน พ.ร.บ.การลงประชามติปี 2552 ทางกกต.ก็มีหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้ โดยฝ่ายความมั่นคงก็รับปากจะดูแลอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า เกณฑ์การผ่านประชามติ นายภุชงค์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านประชามติด้วยจำนวนเสียงเกิน ร้อยละ 50 ของจำนวน ผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ หรือเป็นเสียงข้างมาก ซึ่งต่างจากอดีตที่ต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมดด้วย
"สมมติมีสิทธิ 49 ล้านคน ออกมาใช้สิทธิ 20 ล้านคนก็ได้ หากเห็นชอบเกิน 10 ล้านคน ืย่อมถือว่า ผ่านประชามติ" นายภุชงค์ กล่าว





