"สุชน" อดีตประธานวุฒิสภา ห่วง “นายกฯ” แก้ไขรธน.ชั่วคราว แตะหมวดพระมหากษัตริย์ แนะแจงสังคมให้ชัด ป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง
นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่คสช.เสนอแก้ไข ว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งตนทำงานวงการเมืองมานานทั้งรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยและรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ อย่างการรัฐประหารในสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ที่พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจในนามของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ( รสช.) ซึ่งคณะรัฐประหารเมื่อยึดอำนาจแล้วก็จะประกาศให้มีการเลือกตั้งในระยะเวลา 1 ปี โดยในสมัยนั้นมีการตั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นคณะยกร่างรัฐธรรมนูญ และยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2521ขึ้นมา จากนั้นรัฐบาลยุคนั้นก็คืนอำนาจให้ประชาชนในเวลา 1 ปี ล่าสุดเกิดการรัฐประหารในปี 2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และตั้งพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ซึ่งได้มีการกำหนดการเลือกตั้งใน 1 ปีเช่นกัน ดังนั้นการคืนอำนาจให้ประชาชนต้องมีความชัดเจน
นายสุชน กล่าวว่า ปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และได้ทำโรดแม็ปในการจัดทำรัฐธรรมนูญชั่วคราวและที่กำลังจะมีการแก้ไข ก็ไม่มีมาตราใดเลยที่จะประกาศให้การเลือกตั้งเมื่อใด เพียงแต่บอกให้มีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คนมาและตั้ง สปช.และสนช.ขึ้นมาเพื่อบริหาร แต่การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นรัฐบาลที่เป็นคนทำไม่ใช่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สปช. ซึ่งตนก็รอฟัง ขณะนี้ครบ 1 ปีรัฐประหารแล้ว ก็ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งต้องมีกรอบเวลาในการคืนอำนาจให้กับประชาชนต้องชัดเจน หากมีความชัดเจนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องทำงานให้สอดคล้องกับกรอบเวลาที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่เมื่อโยนให้สนช.สปช.หรือแม่น้ำ 5 สาย ทำพล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องฟังคนอื่นซึ่งมีทั้งผู้หวังดีและไม่หวังดี
“การแก้ไขรธน.ชั่วคราว ปี 57 นี้ถือเป็นฉบับแรก นั่นแสดงว่าคสช.ไม่เคยคิดแบบเบ็ดเสร็จ คิดแก้ไขไปเรื่อย ๆ ไม่คิดว่า จะคืนอำนาจให้กับประชาชนเมื่อไร เรื่องนี้ก็ไม่ต้องการจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก จะกลายเป็นว่า นักการเมืองไปฝ่าฝืนคำสั่งของคสช.แต่ที่ออกมาเพียงแค่การสะท้อนความเห็นในฐานะคนไทยเท่านั้น “นายสุชน กล่าว
นายสุชน กล่าวว่า ประเด็นที่แก้ไขในรธน.ชั่วคราวนี้ มีการถกเถียงกันมากแต่ทุกคนก็ยอมรับ แต่ประเด็นที่สังคมเป็นห่วงคือ การแก้ไขพระราชอำนาจ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคณะปฏิวัติชุดไหน หรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรธน.แตะหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหมวดที่สำคัญมากของสถาบันสูงสุดของประเทศ ซึ่งการปกครองของไทยอดีตมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและโครงสร้างรัฐธรรมนูญก็ไม่แตะหมวดนี้ ถือว่า เป็นครั้งแรกและไม่เคยเกิดขึ้น ทุกคนก็เป็นห่วง ดังนั้นการแก้ไขมาตรานี้นั้นต้องอธิบายให้สังคมไทยให้ชัดแจ้งว่าที่ไปที่มาว่าเหตุใดถึงได้มีการเสนอแก้ไขในประเด็นนี้เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากทำไม่รอบคอบจะเสียหายหรือทำให้มีการเข้าใจไม่ตรงกันจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งตนเป็นห่วง ถ้าดีเหมาะสมดี แต่ถ้ามีแอบแฝงก็จะเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต จึงขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาชี้แจงด้วย





