“ยงยุทธ” เผยผลสอบข้อเท็จจริง “หมอณรงค์” เสร็จภายใน 15 มิ.ย. ย้ำสอบเรื่องไม่สนองนโนบายไม่เกี่ยวเปิดประเด็นสปสช.
จากกรณีประชาคมสาธารณสุขออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) หลังจากที่ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีและมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีไม่สนองนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.)และรัฐบาล ที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานว่า โดยผ่านมา90 วันไม่มีความคืบหน้า และขอให้ตรวจสอบการบริหารของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ใช้เงินผิดประเภทนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชชาการ 9ปี สช.ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสแบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ก็น่าจะรายงานผลได้ในภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ส่วนจากนั้นจะดำเนินการอย่างไรหรือนพ.ณรงค์จะได้กลับไปทำงานที่สธ.หรือไม่ ยังไม่ทราบต้องดูผลการตรวจสอบก่อนว่าจะเป็นอย่างไร กรณีการเรียกร้องของบุคลากรในสธ. ก็เคลื่อนไหวไปไม่เป็นไร แต่ต้องพึงระลึกว่าการเคลื่อนไหวใดๆจะต้องไม่ส่งผลกระทบกับใคร
ต่อข้อถามถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการใช้เงินของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มีข้อทักท้วงว่าด้วยการตรวจติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งข้อทักท้วงต่างๆ ล่าสุด รมว.สธ.อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยให้สปสช.นำข้อมูลข้อชี้แจงต่างๆส่งไปยังคตร.ขณะที่รมว.สธ.ก็ต้องตอบคำถาม และรายงานเรื่องนี้ด้วย ส่วนคณะกรรมการกลางที่ตนตั้งขึ้นมาพิจารณาประเด็นข้อทักท้วงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายก็ต้องรอผลสอบ ขณะนี้ยังไม่ทราบ
“ขอย้ำว่าการตรวจสอบนพ.ณรงค์ เป็นเรื่องการไม่สนองนโยบายรัฐบาลและรมว.สธ.ก็ต้องดูจากหลักฐานว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการตรวจสอบสปสช.ต้องแยกกัน โดยกรณีสปสช.มีคนร้องการบริหารงบประมาณก็ตั้งคณะกรรมการสอบขึ้น และมีข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)และคตร.”ศ.ดร.ยงยุทธกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คตร.มีการระบุว่าสปสช.ใช้งบผิดวัตถุประสงค์จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหาคนผิดหรือไม่ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า ต้องดูก่อนเพราะบางเรื่องไม่ใช่การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์แต่เป็นเรื่องการตีความกฎเกณฑ์ต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากตีความกฎเกณฑ์แล้วพบว่ามีใช้เงินผิดวัตถุประสงค์จริง จะดำเนินการอย่างไร ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่าก็ปรับกฎเกณฑ์ต่อไป





