"ไพบูลย์"ระบุไม่เกี่ยวข้องข้อเรียกร้องทำประชามติยืดปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งแล้ว
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวเพื่อดำเนินการเรียกร้องให้มีการทำประชามติปฏิรูปให้เสร็จภายใน 2 ปีก่อนประกาศเลือกตั้งว่า ตนเข้าใจว่าผู้สื่อข่าวตั้งคำถามโดยผูกโยงกับชื่อของตนทำให้นายกฯเข้าใจว่าเป็นประเด็นของตนเองจึงได้ตอบคำถามออกไปลักษณะแบบนั้น แต่ในข้อเท็จจริงประเด็นความเคลื่อนไหวของตนสิ้นสุดไปแล้ว หลังจากแจ้งความประสงค์ของประชาชนที่ต้องการให้การปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ให้กับพล.อ.ประยุทธ์ รับทราบระหว่างเข้าร่วมประชุมสัมมนาสปช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.
ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้นหลังจากนี้เป็นเรื่องระหว่างประชาชนและพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนแล้ว ขณะที่บทบาทในฐานะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต่อข้อเสนอให้มีการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อนประกาศจัดการเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวจะรอดูรายละเอียดของคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่าด้วยการเปิดโอกาสให้ทำประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน จากนั้นภายใต้สิทธิของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งพร้อมที่จะตั้งข้อสังเกตให้ที่ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว การยกร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องมีผลที่สอดรับกับการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะผลทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับผลของการทำประชามติ และการประกาศวันเลือกตั้งรอบต่อไป
"ประเด็นสำคัญของข้อเรียกร้องจากประชาชนคือความเชื่อมั่นในการปฏิรูปที่สำเร็จภายใต้รัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำ โดยเขาไม่เชื่อมั่นว่าการปฏิรูปประเทศจำสำเร็จได้หากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่บริหาร" นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปให้สำเร็จก่อนประกาศการเลือกตั้ง ด้วยกลไกของการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, กฎหมายที่ต้องบัญญัติตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมายอื่น ๆ ที่สำคัญ ว่าประเด็นดังกล่าวไม่ตอบโจทย์ของการดำเนินการปฏิรูปที่สำเร็จได้ เพราะกระบวนการปฏิรูปให้สำเร็จนั้นจะเกี่ยวข้องกับงานหลายภาพส่วน ซึ่งไม่เฉพาะแต่การออกกฎหมายเท่านั้น โดยงานที่สำคัญจะเกี่ยวกับงานด้านการบริหาร ดังนั้นในการพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวความเห็นส่วนตัวต้องพิจารณาเนื้อหาที่ต้องตอบโจทย์ความเป็นจริงด้วย





