(รายงาน) "ธงเขียว" สวน "ธงฟ้า" สมรภูมิปฏิรูปหรือเลือกตั้ง
มาแรงจริงๆ กระแส “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” เมื่อ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,249 คน ระหว่างวันที่ 3 - 6 มิถุนายน 2558 พบว่าประชาชน 76.94% ควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จะได้ไม่มีความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง ขณะที่ 50.07% อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
ว่ากันว่า กระแส “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ถูกจุดพลุมาตั้งแต่เดือน พ.ค. โดยสมาชิก สปช. ที่มี ไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกลุ่ม 40 ส.ว.เป็นหัวหอก ร่วมกับ สิระ เจนจาคะ ศิษย์ก้นกุฎิของ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 308 เพื่อกำหนดว่า หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว ให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนไปสู่การเลือกตั้งเป็นเวลา 2 ปี หรือไม่?
ในการประชุมร่วมแม่น้ำ 3 สายคือ ครม. สปช. และ สนช. “ไพบูลย์” เจ้าเก่าได้ลุกขึ้นถามเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “อยู่ต่อ” เพื่อทำการปฏิรูปให้เสร็จ แล้วค่อยเลือกตั้ง
วันนั้น “พล.อ.ประยุทธ์” นายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลุกขึ้นตอบแบบ “ไม่ปฏิเสธ” เช่นกัน
เมื่อเห็นสัญญาณบวกเช่นนั้น กลุ่ม “ไพบูลย์” จึงเดินหน้าปรับแก้ข้อเสนอใหม่ โดยจะรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อพิจารณาให้ทำประชามติให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นเวลา 2 ปี
ถัดมาก็เป็นคิว “หลวงปู่พุทธะอิสระ” ได้มาปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภา แสดงตัวอาสาเป็นแกนนำในการรวบรวมรายชื่อประชาชน 5 หมื่นชื่อเพื่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ทำประชามติ
“สิระ” เจ้าของบ้านทรงไทย ริมถนนแจ้งวัฒนะ ที่เคยใช้เป็นกองบัญชาการของ “เวที กปปส.ภาค 7” ก็ไม่รีรอได้จัดการส่งแบบฟอร์มไปยังประชาชนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ให้ร่วมลงชื่อ ก่อนจะยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ตัดสินใจทำประชามติ
จากวันนั้น กระแสเรียกร้อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ก็ดังกระหึ่มอีกครั้ง เหมือนครั้งที่มวลมหาประชาชนเคลื่อนไหว ภายใต้คำขวัญนี้ และนำโดย กปปส. หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า มวลชน “เสื้อฟ้า”
แต่กระแสดังกล่าวข้างต้น ได้ถูกตีความว่า ประชามติปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็คือ “การสืบทอดอำนาจ” จากฟากฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม คสช. และคนทั่วไปก็อดระแวงแคลงใจคณะทหารกลุ่มนี้ไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ชิงออกตัวไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ถ้าให้ผมอยู่ ผมก็อยู่ แต่ต้องไปหาทางมา...ต้องปกป้องผมจากภายนอกประเทศ รวมถึงภายในประเทศด้วยที่กล่าวหาว่าผมอยากสืบทอดอำนาจ”
ด้วยเหตุนี้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้ชิงชี้แจงกรณีการเรียกร้องให้นายกฯ ประยุทธ์ “อยู่ต่อ” เพราะรู้ดีว่า เรื่องดังกล่าวมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และย้ำว่า นายกฯ จะทำทุกอย่างตามกรอบรัฐธรรมนูญ ทำตามกฎหมาย จะไม่ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองอยู่บริหารประเทศเป็นระยะเวลานาน
จะว่าไปแล้ว กระแสต่ออายุรัฐบาล เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความอ่อนไหว อย่าลืมว่า ประเทศไทยมิได้มีแค่ “มวลมหาประชาชน” กับ “แดงทั้งแผ่นดิน” หากแต่มี “พลเมือง” ที่เริ่มแสดงตัวกันบ้างแล้วในนามกลุ่ม “ธงเขียว” ซึ่งมีจุดยืนหนุนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างสุดตัว
การปรากฏตัวของพลเมือง “ธงเขียว” ที่ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มิใช่ปรากฏการณ์ธรรมดาอย่างแน่นอน
จุดเริ่มต้นของธงเขียว มาจากเวทีสัมมนาการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ในเวทีภาคใต้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30-31 พ.ค.ที่ผ่านมา
ดังที่ทราบกัน การเดินสายเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น เป็นการทำงานร่วมกันของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ,สถาบันพระปกเกล้า และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
มวลชนที่เข้าร่วมเวทีในแต่ละภาค ก็มาจาก “เครือข่าย” ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่เชื่อมโยงกับ “สภาองค์กรชุมชน” ซึ่งเป็นดอกผลของรัฐธรรมนูญ 2550
ย้อนกลับไปในสถานการณ์การเมืองปี 2551 สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เดินหน้าขายฝัน “การเมืองภาคพลเมือง” จนทำคลอด “สภาพัฒนาการเมือง” และ “สภาองค์กรชุมชน” ออกมาได้สำเร็จ โดยทั้งสององค์กรนี้อยู่ใต้ร่มธงสถาบันพระปกเกล้า
ในปี 2558 สถาบันพระปกเกล้ากับ พอช. หวังเต็มที่ในการทำคลอด “สมัชชาพลเมือง” และให้ความสำคัญกับ “สิทธิพลเมือง” แต่เมื่้อคณะรัฐมนตรี เสนอให้ตัด “สมัชชาพลเมือง” ออกไป มันจึงเป็นที่มาของ “ธงเขียว” หนุนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
แหล่งข่าวใน พอช.ยืนยันว่า การขับเคลื่อนขบวนการธงเขียว จะดำเนินต่อไป จนกว่า “ร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับ “พลเมืองเป็นใหญ่” จะผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ที่สำคัญ เครือข่าย พอช.ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ “ต่ออายุ” รัฐบาล คสช. ด้วยข้ออ้างปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และเสนอว่า คสช.ควรเดินไปตามโรดแม็พเดิมที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ธงเขียวเพื่อรัฐธรรมนูญฉบับพลเมืองเป็นใหญ่ จึงถูกโบกสะบัด สวนกระแสปฏิรูปก่อนเลือกตั้งของขบวนการธงฟ้า
น่าจับตาว่า ธงเขียวกับธงแดง จะเป็นแนวร่วมกันได้หรือไม่? ต่อสถานการณ์การเผชิญหน้า 2 แนวคิด 2 แนวทางเรื่อง “ปฏิรูป” หรือ “เลือกตั้ง” ในเบื้องหน้า





