"คตง.-ป.ป.ช." เตรียมหารือ เพิ่มประสิทธิภาพดำเนินคดีทุจริต หลังพบอุปสรรคมาจากถือกฎหมายคนละฉบับ
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่บริหารงานโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อสามารถสรุปคดีได้ก็ต้องส่งเรื่องต่อไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ทำหน้าที่ไต่สวนชี้มูลความผิด แต่ปัญหาการทำงานที่คตง. และป.ป.ช. ประสบมาตลอดคือเมื่อคตง.ส่งเรื่องมาให้ป.ป.ช.แล้ว คดีนั้นๆเกิดหยุดชะงัก เนื่องจากป.ป.ช.ต้องมาเริ่มไต่สวนใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้คดีไม่เดิน โดยบางครั้งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะถือกฎหมายกันคนละฉบับ ทำให้การพิจารณาแต่ละคดีล่าช้าไปมาก ดังนั้นจากปัญหาที่สะสมมานาน จึงมีการนัดหารือร่วมกัน ระหว่างคตง.และป.ป.ช. ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานป.ป.ช.สนามบินน้ำ เพื่อหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันต่อไป
ด้านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการคตง. กล่าวว่า มีการนัดพบปะหารือกันจริง โดยนายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคตง.นำคณะกรรมการคตง.ทั้ง 7 คน รวมทั้งผู้บริหารสตง.บางส่วนไปร่วมหารือด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ สตง.สรุปเรื่องที่ตรวจสอบพบน่าเชื่อว่ามีมูลส่อว่าทุจริตแล้วส่งไปให้ป.ป.ช. แต่ทางป.ป.ช.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542(แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 และ(ฉบับที่2) พ.ศ. 2554 ระบุว่าก็ต้องยึดความชัดเจนตามกฎหมายป.ป.ช. จึงต้องแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน ทำให้ยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมการไต่สวนได้ทันที จึงทำให้คดีเกิดความล่าช้า
นายวิทยา กล่าวว่า การนัดหารือดังกล่าวจะเป็นการหาแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพในการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบมากขึ้น สอดคล้องประสานกันได้ ทำคดีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ใช่ต่างคนต่างทำหน้าที่ของใครของมัน และอนาคตอาจจะมีการร่วมกันทำบันทึกความเข้าใจ(MOU)การทำงานร่วมกันระหว่างคตง.-ป.ป.ช. โดยมีเป้าหมายว่า เมื่อต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงานให้ได้ เช่น เมื่อสตง.ตรวจสอบข้อมูลได้แล้วสรุปส่งป.ป.ช.ก็สามารถไต่สวนต่อได้ทันที เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในนโยบายปราบปรามการทุจริตอีกด้วย หรือแม้แต่อนาคตเป็นไปได้หรือไม่ว่า สตง.จะสามารถทำสำนวนส่งตรงไปยังอัยการสูงสุดได้โดยไม่ต้องส่งป.ป.ช.เพื่อความรวดเร็วในการปราบปรามการทุจริต





