วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯแถลงทำประชามติปฎิรูป2ปีก่อนเลือกตั้ง

โฆษกกมธ.ยกร่างรธน.ระบุข้อเสนอทำประชามติปฎิรูปประเทศ 2 ปีก่อนเลือกตั้ง ชี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น หวั่นทำตามอาจจะกระทบโรดแมปรัฐบาล

น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ร่วมกับ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมแถลงภายหลังการรับฟังคำชี้แจงประกอบคำแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่สี่ว่า ที่ประชุมได้รับฟังคำชี้แจง จำนวน 2 กลุ่ม โดยช่วงเช้าเป็นกลุ่มของ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ นายประมนต์ สุธีวงศ์ โดยได้เน้นใน 3 ประเด็น คือ ด้านเศรษฐกิจภาคการผลิต ด้านการเงินการคลัง และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยได้เสนอเพิ่มมาตราใหม่ จำนวน 11 มาตรา ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 9 มาตราที่เป็นการเพิ่มเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เนื่องจากเห็นว่า เนื้อหาของร่างยังไม่ชัดเจน โดยขอให้ปรับเปลี่ยนวิธีการพิจารณาของ ป.ป.ช.จากระบบไต่สวนเป็นระบบวินิจฉัยชี้ขาด รวมไปถึงให้โอนย้ายคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการและสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปเป็นองค์กรภายใต้ผู้ตรวจการแผ่นดิน

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการควบรวม ปปช.กับปปท. เนื่องจากมีหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจเหมือนกัน โดยขอให้เพิ่มจำนวนกรรมการปปช.จาก 9 เป็น 11 คนและให้มีการปรับหน้าที่ใหม่ และวาระการดำรงตำแหน่งจาก 9 เป็น 6 ปี ขณะที่ประเด็นเรื่องการเมือง ซึ่งประเด็นที่มาของ ส.ว.ให้มาการสรรหาและให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองแห่งชาติเพื่อป้องกันการจัดกลุ่มของตนเอง อีกทั้งยังเสนอให้ตัดสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในมาตรา 279 ออก เนื่องจากควรอยู่ในรูปขององค์กรไม่ใช่สภา และในการกำหนดให้สมาชิกสปช.เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศถือเป็นผลประโยชน์ทันซ้อน 

น.ส.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ขณะที่กลุ่มที่ 2 ในช่วงบ่าย เป็นกลุ่มของนายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ โดยเสนอให้แก้ไขข้อความจากคำว่า “พลเมือง” เป็น “ประชาชน” ทั้งหมด อีกทั้งขอให้ตัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติออกเนื่องจากเห็นว่า มีที่มาไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังขอให้ตัดกลุ่มการเมืองออก เพราะจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เสนอแก้ไขให้วาระ ส.ส.จาก 4 ปีเป็นคราวละ 3 ปี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่คุ้มทุนในการลงทุนซื้อเสียง และขอให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.)ออก เพราะถือว่ามีความซ้ำซ้อนในการทำหน้าที่ ทั้งนี้ในส่วนภาพรวมตลอดการเข้าชี้แจงคำขอแก้ไขของสมาชิก สปช.4 วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เสนอให้ตัดประเด็นกลุ่มการเมืองออก

รวมทั้งเสนอให้แก้ไขในประเด็นที่มาของ ส.ว. โดยคณะกรรมาธิการจะไม่เน้นดูจำนวนประเด็นส่วนใหญ่ที่สมาชิกส่วนใหญ่ขอแก้ไขตรงกัน แต่จะดูที่เหตุผลเป็นหลักว่าจะสามารถปรับแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิกายกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นความเห็นของนายไพบูลย์ ส่วนตัวมองว่า หากทำประชามติเพื่อให้ปฏิรูปประเทศก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าจะมีความชอบธรรมหรือไม่ และต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าการปฏิรูปประเทศ 2 ปี คืออะไร หากทำเช่นนั้นก็อาจมีผลต่อโรดแมปของประเทศได้