วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พล.ท.มนัส'เครียดนอนคุกร่วมผู้ต้องหาค้ามนุษย์

ผบ.เรือนจำนาทวีเผย"พล.ท.มนัส"เครียดนอนคุกร่วมเครือข่ายค้ามนุษย์ 53 คนในแดนแรกรับรอการส่งฟ้อง ขณะที่ทนายไม่ละความพยายามยื่นขอประกันตัว

ความคืบหน้าหลังจากที่พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอนาทวี หลังศาลจังหวัดนาทวีไม่อนุญาติให้ประกันตัวเหมือนกับผู้ต้องหาอีก52ราย หลังจากที่ทนาย

ความได้ยื่นหลักทรัพย์วงเงิน 2.6 ล้านบาท เพื่อประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวเพราะเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญและกลัวว่าจะทำให้มีผลต่อคดี 

ล่าสุดวันนี้ (5 มิ.ย.)ทนายความของพล.ท.มนัส ได้อุทธรณ์คำสั่งและยื่นเรื่องขอประกันตัวอีกครั้ง โดยนำประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ไปประกอบการยื่นขอประกันตัว ซึ่งศาลอาจจะมีการไต่สวนฉุกเฉินได้เลยว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ในขณะที่พนักงานสอบสวนในคดีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าศาลจะไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหารายอื่นๆซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในภาคการเมืองท้องถิ่นหลายคน เช่น นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง  อดีตนายกอบจ.สตูล ,นายบรรจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ และนายสุวรรณ แสงทอง หรือ โกหนุ่ย ก็พยายามร้องขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดนาทวีแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีใหญ่และเป็นคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 

แม้ว่าในส่วนของพล.ท.มนัสจะเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่แต่ด้วยข้อกล่าวหาที่กระทำความผิดร่วมกับพลเรือนจึงไม่สามารถขึ้นศาลทหารได้และจำเป็นต้องดำเนินคดีให้เป็นไปตามขั้นตอนของศาลจังหวัดนาทวีที่ไม่อนุญาติให้ประกันตัวเหมือนผู้ต้องหารายอื่นๆ อีกทั้งในชั้นการสอบสวนมีความกังวลว่าหากให้การประกันตัวออกมาจะทำให้กระทบต่อพยานและหลักฐานที่พนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนคดีไว้เพื่อรอการส่งฟ้องผู้ต้องหาตามกระบวนการกฎหมาย และที่สำคัญจะเป็นข้ออ้างที่อาจให้ผู้ต้องหาที่เหลือขอยื่นประกันตัวตามมาในภายหลังซึ่งจะทำให้มีผลต่อทั้งพยานและหลักฐานต่างๆที่เร่งรัดสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายในวันที่20 มิถุนายนนี้

นายกฤษฎา เดชนะ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า  สำหรับผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาทั้งหมด 53 คนถูกนำตัวมาฝากขังไว้เรือนจำอำเภอนาทวีทั้งหมดเพื่อรอจนกว่าจะมีการส่งฟ้องต่อศาลอีกครั้ง โดยเรือนจำนาทวีมีผู้ต้องขังทั้งหมด 1,850 คน ซึ่งอัตราที่รับได้คือ 530 คนแต่จำนวนผู้ต้องขังวันนี้ถือว่าเกินถึง 3 เท่าตัวความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังจึงแน่นและคับแคบ เรือนจำนาทวีมีทั้งหมด 4 แดนแบ่งเป็นแดนผู้ต้องขังหญิง 1 แดน ส่วนอีก 3 แดนเป็นแดนผู้ต้องขังชายซึ่งแยกเป็น คดียาเสพติด ,คดีทั่วไปและแดนแรกรับซึ่งผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์จะกระจายอยู่ในแดนต่างๆตามสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสม แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนแรกรับรวมถึงพล.ท.มนัส ที่เพิ่งเข้ามาในเรือนจำด้วยก็อยู่ในแดนแรกรับร่วมกับ โกโต้ง, โกหนุ่ย และโกจง ซึ่งทุกคนต้องใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่นๆไม่มีข้อยกเว้นใดๆ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพล.มนัสหลังจากที่ศาลไม่ให้ประกันตัวและถูกนำตัวเข้าเรือนจำกลางมีอาการเครียดมากอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่เย็นวานนี้ที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยถอดเครื่องแบบทหารเต็มยศออก เพื่อสวมชุดผู้ต้องขังเป็นเสื้อสีเปลือกมังคุดเหมือนผู้ต้องหารายอื่นๆ โดยในช่วงเย็นก็รับประทานอาหารตามปกติแต่ทา่นได้น้อยและอยู่ในอาการเคร่งเครียดไม่พูดคุยกับใครในช่วงกลางคืน โดยที่เรือนจำนาทวีก็ได้เพิ่มผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ 1 คนไว้คอยสังเกตุการณ์ กระทั่งเช้าวันนี้มีทนายความและกลุ่มญาติมาติดต่อขอเยี่ยมทำให้อาการเครียดน้อยลงและได้แจ้งขอรับประทานอาหารเช้าตามปกติ

 อย่างไรก็ตาม วันนี้ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนทั้งพนักงานสอบสวนของตำรวจและพนักงานอัยการเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดีทั้งพยานและหลักฐานต่างๆเพื่อเร่งรัดให้แล้วเสร็จทันกรอบเวลาก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายในวันที่20 มิถุนายนนี้เพื่อให้คดีรัดกุมมากและสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาที่เป็นเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมดได้

โดยภาพรวมของคดีถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่มีการจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญและเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งในจ.ระนอง สตูลและระนอง รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆหนาแน่นและรัดกุม ส่วนรายละเอียดต่างของคดีนี้มียอดต่างด้าว 316 เหยื่อ 67 ผู้ต้องหา249 ราย หมายจับ 84 ราย จับกุม 53 ราย หลบอีก 31 ราย และมีการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งสงขลา สตูลและระนองแล้วกว่า 117.8 ล้านบาท